BIOMETRICS จัดหนักอีกแล้ว! “รวบต่างด้าวใช้ PASSPORT ปลอม! และ PASSPORT ของผู้อื่น! คาสนามบินสุวรรณภูมิ”

แชร์ข่าวนี้

“BIOMETRICS จัดหนักอีกแล้ว!
“รวบต่างด้าวใช้ PASSPORT ปลอม! และ PASSPORT ของผู้อื่น! คาสนามบินสุวรรณภูมิ”

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ,พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับ ดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รอง ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม และกวดขันจับกุม คนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหรือที่มีพฤติกรรมจะเข้ามากระทำความผิดทางอาญาหรือก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 3 ต.ค.62 เวลาประมาณ 08.00 น. พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส. ปป.บก.ตม.2 ว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 มีผลการจับกุมคดีสำคัญๆ 3 ราย

รายที่ 1 เมื่อวันที่ 23 ก.ย.62 เวลาประมาณ 20.00 น. จับกุมหนุ่มอิหร่านผู้ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส อายุประมาณ 47 ปี ใช้หนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศสของผู้อื่น (หน้าเหมือน หรือ IMPOSTOR) เพื่อใช้ในการเดินทาง ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมได้เดินทางมาจากประเทศเยอรมันและเมื่อมาถึงประเทศไทย ได้ไปเข้ารับการตรวจอนุญาตเข้าเมืองด้วยระบบพิสูจน์
อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) โดยระบบได้แจ้งว่า “ความน่าเชื่อถือภาพผู้ถือหนังสือเดินทางกับภาพที่ถูกบันทึกไว้ใน Chip ภายในหนังสือเดินทางมีค่าเพียง 19%” จากการสืบสวนหนุ่มอิหร่านอ้างว่า “ตนเองได้ซื้อเอกสารดังกล่าวที่สถานีรถไฟในประเทศฝรั่งเศส ราคาประมาณ 520 ยูโร (ประมาณ 17,500 บาท) ก่อนจะเดินทางมาประเทศไทยและใช้หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวในการเดินทาง เพื่อไปลักลอบทำงานในประเทศญี่ปุ่น” จึงถูกจับกุมในข้อหา “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบอันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี

รายที่ 2 เมื่อวันที่ 25 ก.ย.62 เวลาประมาณ 21.00 น. จับกุมชายไม่ทราบชื่อสกุลที่แท้จริง อายุประมาณ 57 ปี ใช้หนังสือเดินทางประเทศเมียนมาปลอม (ปลอมหน้าข้อมูลส่วนบุคคล) ในการเดินทางเข้าประเทศไทย และเมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ไปเข้ารับการตรวจอนุญาตเข้าเมืองผ่านระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) โดยระบบได้แจ้งว่า “มีการปลอมแปลงหรือมีการแก้ไขในส่วนของระบบนิรภัย “MRZ” (Machine Readable Zone)” จากการสืบสวนชายไม่ทราบสัญชาติลักษณะคล้ายชาวจีนผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศเมียนมาปลอมอ้างว่า “ตนเองได้หนังสือเดินทางประเทศเมียนมามาจากเพื่อนต่างชาติไม่ทราบชื่อ-ชื่อสกุลเป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับนายหน้าชาวเมียนมาผู้จัดหาหนังสือเดินทางปลอมโดยได้รับหนังสือเดินทางที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และได้จ่ายเงินค่าดำเนินการ จำนวน 25,000 จ๊าด (ประมาณ 1,250 บาท)” จึงถูกจับกุมในข้อหา “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศเมียนมาปลอม)” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี

รายที่ 3 เมื่อวันที่ 30 ก.ย.62 เวลาประมาณ 03.00 น. จับกุมหญิงสาวชาวเคนย่า อายุประมาณ 28 ปี กล่าวคือ ตามวันเวลาข้างต้นขณะที่ผู้ถูกจับกุมจะเดินทางออกนอกประเทศไทย ได้เข้ามารับการตรวจออกนอกราชอาณาจักรผ่านระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) ก่อนที่ระบบจะแจ้งเตือนว่า “คนต่างด้าวรายนี้อยู่เกินในราชอาณาจักรถึง 715 วัน” จนท.ตม.ผู้ทำหน้าที่ประจำช่องตรวจ จึงได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า “ผู้ถูกจับกุมได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 18 Jul 2017 วีซ่าประเภท TR อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 15 SEP 2017 ขออยู่ต่อที่ ตม.จว. สงขลา อนุญาตถึง 15 OCT 2017 และปรากฏรอยตราประทับขาออกเลขที่ S1742 ปลอม” อีกทั้งจากการสืบสวนซึ่งผู้ถูกจับกุมให้การยอมรับว่า “ตนเองได้ส่งหนังสือเดินทางไปให้นายหน้าที่ประเทศเคนย่าดำเนินการประทับรอยตราประทับปลอม ซึ่งได้ชำระเงินเป็นค่าดำเนินการ จำนวน 10,000 บาท” จึงถูกจับกุมในข้อหา “ปลอมหรือใช้รอยตราประทับที่มีการแก้ไข(รอยตราประทับขาออก ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รหัส S1742) และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี
การจับกุมดังกล่าว เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสนามบิน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายประชาคมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมีการประชุมประชาคมข่าวเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งมีกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นเจ้าภาพ และมีหน่วยงานต่างๆ ร่วม เช่น การท่าอากาศยาน หรือ AOT, กลุ่มธุรกิจ การบิน หรือ AOC, ศุลกากร, ปปส.,หน่วยงานตำรวจต่างๆ เช่น ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจสันติบาล, ตำรวจ ปส.และ สภ.สุวรรณภูมิ เป็นต้น

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดใน ด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อ ความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th!!

#ทีมงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ5 :พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.:สายด่วน 1178!!