ข่าว ชาวสระแก้วร่วมประเพณีลงแขกปลูกป่าเพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้กับพื้นป่า

แชร์ข่าวนี้

ข่าว ชาวสระแก้วร่วมประเพณีลงแขกปลูกป่าเพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้กับพื้นป่า

วันนี้ 14 กค 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ,ที่ บ้านระเบาะหูกวาง หมู่ 6 ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ. สระแก้ว พระอาจารย์แก่นเมือง เกตุมาลโก หัวหน้าสำนักสงฆ์บวรนานาธรรมสถาน นายเทียนชัย ตรีชิต ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม่ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี นางสุจิตรา ธีราภินันท์ ปลัด อบต.ช่องกุ่ม นายศิลป์ชัย พันธ์ชมพู ประธานธนาคารต้นไม้สาขาอ่างพระปรง นายอำนาจ ยาสา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 หมู่ 6 ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้จัดแปลงสาธิต ร่วมธนาคารต้นไม้สาขาอ่างประปรง เกษตรกร นักเรียน ผู้นำท้องถิ่น จัดประเพณีลงแขกปลูกป่าในที่ทำกินของสมาชิกธนาคารต้นไม้สาขาอ่างพระปรง มี พระภิกษุสงฆ์ ปฏิบัติธรรมนานาธรรม สถาน ร่วมปลูกต้นไม้
*****พระอาจารย์แก่นเมือง เกตุมาลโก หัวหน้าสำนักสงฆ์บวรนานาธรรมสถาน กล่าวว่า ในอดีตชุมชนในชนบทมีบทบาทมากในกิจกรรมลงแขกดำนาและลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อชวยเหลือกันจนกลายเป็นประเพณีที่เป็นงานเชื่อมโยงความสามัคคีของคนในชุมชน ปัจจุบันมีเครื่องจักรยนต์ได้เข้ามาทดแทนการทำนา ประเพณีงานลงแขกเกี่ยวข้าวกับของคนในสังคมจึงค่อยๆหายไปจากชุมชนของเรา ดังนั้นสำนักสงฆ์บวรนานาธรรมสถานกับธนาคารต้นไม้อ่างพระปรง จึงจัดให้มีกิจกรรมลงแขกปลูกป่าในที่ดินส่วนบุคคลและในที่สาธารณะเพื่อเป็นการช่วยเหลือกัน สร้างกำลังใจให้ผู้ที่มาร่วมปลูกป่า เพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินที่จะได้เป็นเจ้าของต้นไม้ ส่วนผู้ไม่ได้เป็นเจ้าของต้นก็ได้ประโยชน์ร่วมกันคือได้รับแบ่งปันออกชิเจนจากต้นไม้ในการหายใจเท่ากันทุกคน
*****นายศิลป์ขัย พันธ์ชมพู ประธานธนาคารต้นไม้ สาขาอ่างพระปรง กล่าวว่า นายอำนาจ ยาสา ผู้จัดการธนาคารต้นไม้ สาขาอ่างพระปรง โดย นายเทียนชัย ตรีชิต ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม่ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี สนับสนุนพันธ์กล้าไม้ ประชาชนในชุมชน เด็กและเยาวชนร่วมกิจกรรมการลงแขก และได้แลกเปลี่ยนพูดคุย “คุณธรรมการปลูกต้นไม้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เพื่อให้ประชาชน ตระหนักกึงการปลูกต้นไม้โดยใช้ ทุนของตนเอง สร้างความสามัคคี ในหมูมวล คนปลูกต้นไม้ นำวิถีชีวิต ย้อนในอดีต ของ การลงแขกปลูกป่ามาปฏิบัติใช้ในการทำสิ่งที่ดี ๆ การปลูกป่าเพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมสร้างอากาศที่บริสุทธิ์เพิ่มป่าสีเขียวเพื่อสร้างการสมดุลย์ทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเขียนความในใจ การปลูกป่า เพื่อเป็น การกระตุ้น ให้ตะหนักรู้ ตระหนักคิด ด้วยเพราะ ว่าชีวิตเราขาดป่าไม่ได้ ความมั่งคั่งยั่งยืน ด้วยการมีป่าไม้ ในพื้นที่ ทำกิน
*****นายเทียนชัย ตรีชิต ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม่ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี กล่าวว่า เราต้องทำเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรในการรักษาป่าและรักษาที่ดินทำกินไว้ให้ได้ ถ้าเขารักษาป่าไม้ได้เราจะไม่เป็นคนไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งเราประสงค์ให้คนของเราเป็นทำตาม พระราชดำรัสที่ในพระทัยกับความสูญเสียที่ดินของเกษตรกร อันเป็นอาชีพที่พระองค์ทรงโปรดตรัสถึงเสมอๆ ให้รักษาอาชีพนี้ไว้คู่คนไทย ธนาคารต้นไม้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้ การสูญเสียที่ดินของคนชนบท

เป็นความจริง แต่ยังไม่สูญเสียอาชีพการเกษตร เพราะเรายังมีความจำเป็นต้องทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพ และสิ่งที่ควรจะทำ คือการปลูกต้นไม้ในที่ดิน ผสมผสานกับการปลูกพืช แล้วผลักดันให้รัฐออกกฎหมายรับรองต้นไม้ที่มีชีวิตของประชาชน ให้มีมูลค่าเป็นทรัพย์เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันกับสถาบันการเงินแทนที่ดิน เกษตรกรไทย และคนส่วนใหญ่จะไม่สูญเสียที่ดินอีกเลย
*****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งการปลูกต้นไม้ลักษณะนี้ เป็นการเดินตามแนวพระราชดำริ ป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง กล่าวคือ พระองค์ได้ตรัสไว้ เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๒๓ การปลูกป่า ถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ ได้ ให้ใช้วิธีปลูกไม้ ๓ อย่าง แต่มีประโยชน์ ๔ อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กิน ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำ และปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วย โดยรับน้ำฝนอย่างเดียว ประโยชน์ที่ ๔ คือ ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ คือการให้ประชาชนปลูกต้นไม้ในพื้นที่ทำกิน หรือพื้นที่เกษตรอย่างหลากหลายแบบวนเกษตร และแปรให้เข้าใจว่าปลูกโดยประชาชนของประชาชน เพื่อประชาชน ไม่ใช่ปลูกโดยรัฐ โดยปลูกแล้วสามารถอยู่ร่วมกันได้ เกิดอาชีพรายได้ สร้างสมดุลนิเวศ เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าได้ในพื้นที่เกษตรและเป็นป่าที่ปลูกโดยประชาชนอย่างกว้างขวาง ที่เกิดจากการส่งเสริม และสร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่ การบังคับควบคุม คนปลูกต้นไม้ปลูกป่าโดยพื้นฐานแล้วเป็นประชากรกลุ่มเล็กๆ หัวก้าวหน้า รักเสรีภาพ มีความรัก ศรัทธาต่อธรรมชาติ และมีความดีงามโดดเด่นกว่าคนประเภทอื่นๆ คนกลุ่มนี้ซึ่งพร้อมที่จะปลูกต้นไม้ด้วยตัวเองในที่ดินตัวเอง การชักชวนคนเหล่านี้ จึงไม่ใช่การควบคุม บังคับ การอนุญาต หรือทำให้ แต่ต้องเป็นการส่งเสริม และสร้างแรงจูงใจ ต้องทำความเข้าใจ พระองค์ทรงใช้คำว่า “ปลูกต้นไม้ในใจคน” ซึ่งได้ตรัสสอนพนักงานป่าไม้ให้ปรับแนวคิดจากการควบคุม บังคับ อนุญาต มาเป็นการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนโดยตรัสว่า “พนักงานป่าไม้ ถ้าจะให้ประชาชนปลูกป่าไม้ ต้องปลูกต้นไม้ในใจเขาเสียก่อน แล้วเขาจะปลูกต้นไม้ในแผ่นดิน และดูแลรักษาด้วยตัวเอง” ลึกซึ้ง และคมคายมาก ธนาคารต้นไม้จึงน้อมนำคำว่า “ปลูกต้นไม้ในใจคน” มาเป็นกิจกรรมสำคัญของชาวธนาคารต้นไม้ พอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป