สตม.แถลงผลจับกุมเครือข่าย Romance Scam ภาคตะวันออก!!

แชร์ข่าวนี้

“สตม.แถลงผลจับกุมเครือข่าย Romance Scam ภาคตะวันออก!!

ชตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทย หรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ฃสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนำโดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช. สตม.,พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รอง ผบก.สกส.บช.ปส.ปฏิบัติราชการ สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้าย ดังนี้

ลักษณะแผนประทุษกรรมของแก๊งโรแมนซ์สแกมมีพฤติกรรมหลอกลวงเหยื่อผ่านทางสื่อโซเชียล Facebook และ Hangouts (Romance Scam) นิยมใช้แอปพลิเคชั่นแชทต่างๆ หลอกลวงคนไทยทั้งหญิงและชายสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมากโดยการสร้างเฟสบุ๊คปลอมเป็นชาวยุโรป อเมริกัน มีอาชีพดี ฐานะดี หน้าตาดี ค้นหาเหยื่อในเฟสบุ๊ค หรือเวปไซต์หาคู่แล้วติดต่อทำความรู้จัก พูดคุยอ้างตัวเป็นคนมีหน้าที่การงานดี มีฐานะดี หลงรักในตัวเหยื่ออยากมาใช้ชีวิตคู่กับเหยื่อในประเทศไทยหรืออยากร่วมลงทุนทำธุรกิจกับเหยื่อ เมื่อสนทนาได้สักระยะ เหยื่อเกิดความเชื่อใจหรือความรักแล้วคนร้ายออกอุบายจะส่งทรัพย์สินของมีค่ามาให้ เช่น ทองคำ เงินสดสกุลเหรียญยูเอสดอลล่าร์ ต่างหูทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ โทรศัพท์ไอโฟน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ฯลฯเป็นของขวัญหรือเป็นการการันตีไว้ก่อน ซึ่งจะส่งภาพทรัพย์สินและกล่องพัสดุรวมทั้งใบส่งของที่มีชื่อของเหยื่อ (ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก้ไขภาพเป็นชื่อที่อยู่ของเหยื่อ) เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะมีผู้ร่วมขบวนการติดต่อไปอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทส่งพัสดุ บริษัทคาร์โก้เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่สนามบิน หรือสถานทูต เป็นต้น เพื่อให้เหยื่อชำระค่าธรรมเนียมส่งพัสดุโดยให้เหยื่อโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างๆที่กลุ่มคนร้ายเปิดไว้ และจะหลอกอ้างเหตุผลต่างๆ ให้เหยื่อโอนเงินเรื่อยมา เมื่อเหยื่อรู้ตัวจะปิดเฟสบุ๊คไม่สามารถติดต่อได้แล้วหาเหยื่อรายใหม่ต่อไป โดยหลอกลวงผู้เสียหายคนไทยเกิดเหตุทั่วประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันสืบสวนแก๊งโรแมนซ์สแกมเหตุเกิดในพื้นที่ ภ.5 และพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยหลอกลวงผู้เสียหายเหตุเกิดตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงปลายเดือนมิถุนายน 2562 จากการสืบสวนพบรายการถอนเงินในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี จ.ระยอง คนร้ายที่ตระเวนกดเงินจะแต่งกายเหมือนชาวบ้านทั่วไปและจะเข้าไปในห้องน้ำภายในห้างสรรพสินค้าเพื่อเข้าไปเปลี่ยนชุด ส่วนมากจะใส่ชุดสีดำ มีเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่วิคผมปลอมใช้หน้ากากอนามัยสีขาวปิดปาก สวมแว่นตาทึบ เพื่อปกปิดอำพรางตัวตนเมื่อจะไปกดถอนเงิน โดยตระเวนไปกดถอนเงินที่เครื่องบริการเงินด่วน (ตู้เอทีเอ็ม) ตามสถานที่ต่างๆ ในเขตเมืองพัทยา,พลูตาหลวง และเทศบาลบ้านฉางจังหวัดระยอง ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทราบตัวคือ น.ส.วาสนา กรรเจียก จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ชุดจับกุมขอหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา ทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายจำนวน 2 หลังในเขตท้องที่ สภ.พลูตาหลวง จากการตรวจค้นพบ นายยูเชนนา โจเซฟ อามูจิโอคู (UCHENNA JOSEPH AMUJIOGU) สัญชาติ ไนจีเรีย อายุ 40 ปี และ น.ส.วาสนา กรรเจียก อายุ 36 ปี สองสามีภรรรยา พร้อมของกลางหลายรายการที่ใช้ในการก่อเหตุกดเงิน น.ส.วาสนาฯ รับว่าร่วมกับนายยูเชนนา โจเซฟ อามูจิโอคู สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งเป็นสามี โดยนายยูเชนนา โจเซฟ อามูจิโอคู ทำหน้าที่เป็นคนหาบัตรเอทีเอ็มมาให้กับ น.ส.วาสนาฯ และสั่งการให้ไปกดถอนเงินโดยได้ส่วนแบ่ง 5 % ส่วนราคาค่าจ้างเปิดบัญชีธนาคารบัญชีละ 10,000 – 20,000 บาท ต่อบัญชี
โดยทั้งคู่ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 2 ปี รวมแล้วได้เงินไปประมาณ 2 ล้านบาทเศษ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางนำส่ง พงส.สภ.หนองปรือ แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นผู้อื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน มีไว้เพื่อใช้และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” และเพิ่มเติมนายยูเชนนา โจเซฟ อามูจิโอคู ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้เสียหาย จำนวน 12 ราย รวมความเสียหายประมาณ 2,603,825 บาท และอยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง!!

#ทีมงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ5 :พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.:สายด่วน 1178!!