บุรีรัมย์ ขนเรือไปแข่งกีฬาเยาวชนตำรวจจับปรับยื่นใบเบิกทางรองผู้ว่ากลับเพิ่มค่าปรับ( มีคลิป ) ** ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง รายงาน

แชร์ข่าวนี้

** นักกีฬาแข่งเรือพายจากจังหวัดนนทบุรี ขนเรือจะไปแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่บุรีรัมย์ ถูกตำรวจหนองบุญมาก โคราช จับฐานใช้รถลากจูงโดยไม่รับอนุญาต สั่งปรับ 200 ยื่นใบส่งตัวนักกีฬาของรองผู้ว่าเมืองนนท์ ให้ดูกลับถูกต่อว่าพร้อมเพิ่มค่าปรับเป็น 500 นักกีฬาน้อยใจขนมาทั่วประเทศไม่เคยเจอ

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนักแข่งขันเรือพายของจังหวัดนนทบุรี ที่เดินทางมาแข่งขันกีฬาเรือพายในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์เป็นเจ้าภาพในวันที่ 10-20 พ.ค.ว่าถูกตำรวจจับคล้ายเหมือนจะกลั่นแกล้ง

เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่สนามซ้อมแข่งเรืออ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ต.เสม็ด อ.เมือง พบนักกีฬาเรือพายจากหลายจังหวัดกำลังฝึกซ้อมกันอย่างเข้มข้น รวมถึงกลุ่มนักกีฬามีการนั่งจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ กรณีถูกตำรวจจับกุมระหว่างการเดินทาง

สอบถามนายณัฐพล ทองแรง อายุ 19 ปี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเรือพายหญิง ตัวแทนจังหวัดนนทบุรี ที่เดินทางมาร่วมแข่งขัน เล่าว่า ตนกับคณะนักกีฬา ได้ออกเดินทางมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 พ.ค.เพื่อจะร่วมแข่งขันในวันที่ 15 พ.ค.

โดยมาเป็นคณะทั้งจังหวัดมีนักกีฬาร่วมเดินทางมาประมาณ 400 คน ส่วนคณะของตนมีนักกีฬาร่วมเดินทางมาประมาณ 20 คน ในขบวนได้บรรทุกเรือพายขนาดความยาว 12.5 เมตร มาจำนวน 2 ลำ โดยบรรทุกใส่ตัวพ่วงใช้รถกระบะลากจูง

และเมื่อเวลาประมาณ 06.50 คณะได้เดินทางมาถึงที่บ้านหนองหัวแรด ต.หนองหัวแรด อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ถนนสาย 24 (โชคชัย-เดชอุดม)เขตติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีด่านตรวจของตำรวจ สภ.หนองบุญมาก เรียกให้จอด พร้อมตรวจสอบ

โดยตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า”ใช้รถลากจูงโดยไม่ได้รับอนุญาต”ตนเองกับคณะได้อธิบายว่าจะเอาเรือไปแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ตำรวจไม่รับฟังอ้างว่าผิดกฎหมาย พร้อมสั่งปรับเป็นเงิน 200 บาท

จากนั้นกลุ่มพวกตนเกรงว่าตำรวจไม่เชื่อ จึงเอาใบส่งตัวนักกีฬาลงนามโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ควบคุมด่านตรวจ พร้อมกับพูดกับพวกตนว่า”จะเอาหนังสืออะไรมาแสดงก็ไม่สนใจเนื่องจากผิดกฎหมาย” และเรียกค่าปรับเพิ่มจาก 200 บาท เป็น 500 บาท

นายณัฐพล ทองแรง ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ยังกล่าวด้วยว่า พวกตนยอมรับในข้อกล่าวหาของตำรวจ แต่คิดน้อยใจว่าทำไมตำรวจไม่เห็นใจนักกีฬาซึ่งเป็นเยาวชนของชาติ และกำลังไปแข่งขัน และถือว่าเป็นครั้งแรกที่เดินทางไปแข่งกันมายาวนานทั่วประเทศ ไม่เคยถูกจับกุมในข้อหานี้ ส่วนใหญ่ตำรวจที่ตั้งด่านจะให้กำลังและอวยพรขอให้ชนะ สิ่งที่เกิดขึ้นพวกตนยอมรับในความผิด แต่ไม่คิดว่าข้าราชการซึ่งเป็นคนของรัฐจะใช้อำนาจกับเยาวชนซึ่งเป็นนักกีฬาแบบนี้

** ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง รายงาน