ศรีสะเกษ เสวนาเสวยราชสมบัติกษัตราเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโบราณราชประเพณี หวังให้เด็ก เยาวชน ข้าราชการประชาชนได้ทราบขั้นตอนพิธีการต่าง ๆ ของชาติ ( มีคลิป )** ศิริเกษ หมายสุข รายงาน

สินเชื่อบุคคล อเนกประสงค์
แชร์ข่าวนี้

เมื่อวันที่  27 มี.ค. 62  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศรีวรรณเกียรติสุรนนท์ ชั้น 2 ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวีระศักดิ์   วิจิตร์แสงศรี ผวจ.ศรีสะเกษ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดการเสวนา “เสวยราชสมบัติกษัตรา” ซึ่ง จ.ศรีสะเกษ

โดยสำนักงานวัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ ในนามคณะกรรมการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประจำปีงบประมาณ 2562 ได้จัดโครงการนี้ขึ้น  วิทยากรคือ  รศ. ดร.ศานติ   ภักดีคำ  ภาคีสมาชิกสำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสภา และอาจารย์บุหลง  ศรีกนก  นักอักษรศาสตร์ ชำนาญการพิเศษ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับความเป็นมาของพระราชพิธี

มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชพิธีการจัดทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้ผู้สนใจได้ชม โดยมี นายประหยัด ถิลา  วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้กล่าวรายงานและมี ดร.ประกาศิต  อานุภาพแสนยากร  อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ พร้อมด้วย หน.ส่วนราชการ ข้าราชการ นักศึกษา ประชาชนทั่วไป มาเข้าร่วมรับฟังการเสวนาจำนวนมาก

นายวีระศักดิ์   วิจิตร์แสงศรี ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ ได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประจำปีงบประมาณ 2562  โดยได้จัดกิจกรรม เสวนาเกี่ยวกับความเป็นมาของพระราชพิธี ลำดับขั้นตอนพระราชพิธีและพิธีจัดทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโบราณราชประเพณี ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่ปฏิบัติมาอย่างยาวนานให้แก่เด็ก เยาวชน ประชาชน ข้าราชการและผู้สนใจได้ทราบขั้นตอน พิธีการต่าง ๆ และเป็นการสืบทอดจารีตประเพณี วัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติสืบต่อไป

 

ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า  วิทยากรที่มาร่วมเสวนาในครั้งนี้  ทำให้ได้รับทราบถึงประวัติความเป็นมาของพระราชพิธีต่าง ๆ และประวัติความเป็นมาของการสร้างปราสาทสระกำแพงน้อย  ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสนสถาน ประเภท ‘อโรคยศาล’ หรือสถานพยาบาลซึ่งปรากฏหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตามจารึกปราสาทตาพรหมระบุว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ (พุทธศตวรรษที่ ๑๘) โปรดให้สร้างขึ้นจำนวน ๑๐๒ แห่งในทุกๆวิษัย (เมือง)  ปราสาทแห่งนี้คงเคยเป็นศาสนสถานประจำโรงพยาบาล อาจเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต พระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรค ขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์ ๒ พระองค์ คือพระสูรยประภาและพระจันทรประภา ซึ่งพระนามทั้งสามนี้ปรากฏในจารึกโรงพยาบาลทุกหลัก

ผวจ.ศรีสะเกษ ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนสถานพยาบาลนั้นคงสร้างด้วยไม้และสูญหายไปแล้วในปัจจุบัน ปราสาทสระกำแพงน้อย สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงโปรดให้สร้างขึ้นในจำนวนทั้งสิ้น ๑๐๒ แห่ง ซึ่งปัจจุบันค้นพบอโรคยศาลในดินแดนไทยจำนวน ๓๐ หลัง เป็น 1 ใน 60 แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของไทย  ซึ่ง จ.ศรีสะเกษ ได้คัดเลือกบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ปราสาทสระกำแพงน้อย เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะใช้ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562  ที่จะถึงนี้

**  ศิริเกษ  หมายสุข รายงาน