ซีพีเอฟจับมือแแบงก์อิสลามสร้างสุขให้พนักงาน ผ่านความมั่นคงทางการเงิน ** วิวรรธน์ แพ่งสุภา รายงาน

แชร์ข่าวนี้

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
จับมือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ
เดินสายให้ความรู้ด้านบริหารจัดการเงิน และส่งเสริมวินัยในการออมเงินให้แก่พนักงานและคนงานในสถานประกอบการของซีพีเอฟทั่วประเทศ
ปูรากฐานสุขภาพการเงินที่มั่นคง
เพื่อสร้างความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กร 

 นางจิตภินันท์ รัตนชัยสุวรรณ
รองกรรมการผู้จัดการ ด้านบริหารงานพนักงานสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญของพนักงานซึ่งถือเป็นกำลังในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจและองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
โดยมีเป้าหมายสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งความสุข
มีขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล จึงได้จัดโครงการ“ปลดหนี้ สร้างสุขและส่งเสริมการออม”ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558
เพื่อช่วยเหลือพนักงานหรือคนงานที่มีปัญหาหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้นอกระบบ
แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้ด้วยตัวเอง โดยในปี 2562 เข้าสู่ปีที่ 4 ของโครงการฯ
เดินหน้าสร้างความสุขในการทำงานให้แก่พนักงาน จากการติดตามผลโครงการฯ 3
ปีที่ผ่านมา พบว่าพนักงานและคนงานที่เข้าร่วมโครงการมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น 

“ปีนี้
ซีพีเอฟได้ร่วมกับแบงก์อิสลามฯ
ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการปลดหนี้ ฯ
ลงพื้นที่สถานประกอบการของซีพีเอฟ
จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านบริหารการเงินเพื่อถ่ายทอดความรู้และสร้างรากฐานด้านการเงินที่มั่นคงให้แก่พนักงานและคนงาน
อาทิ ติดตามการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวันของครัวเรือน
ให้คำแนะนำในการวิเคราะห์รายจ่าย และจัดสัดส่วนการออมเงิน เป็นต้น
“นางจิตภินันท์ กล่าว 

 นางจิตภินันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า
เจ้าหน้าที่ของธนาคารอิสลามฯที่ลงพื้นที่ให้ความรู้ด้านการเงินแก่พนักงาน
เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์สินชื่อ
ทำให้กระบวนการพิจารณาเพื่อเข้าร่วมโครงการปลดหนี้ ฯเร็วขึ้น
สามารถช่วยเหลือคนที่มีหนี้ได้จริง

 นางสาวเบญญาดา สิริวิภากร
รองผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อรายย่อย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
โครงการปลดหนี้ ฯเป็นโครงการที่ดีและเกิดประโยชน์ต่อพนักงานและคนงานที่มีปัญหาหนึ้
โดยเฉพาะหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิต ทำให้เกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน
หลังจากที่เข้าร่วมโครงการฯแล้ว พนักงานและคนงานมีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น นอกจากนี้
การจัดกิจกรรมให้ความรู้การบริหารจัดการเงิน
ช่วยให้พนักงานบริหารจัดการหนี้ของตัวเองและสามารถจัดสรรเงินสำหรับการออม

    “ผู้เข้าร่วมโครงการปลดหนี้ฯ
มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น มีเงินเหลือพอใช้ในแต่ละเดือน และมีเงินออม
ซึ่งธนาคารฯมีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีหนี้หลายทาง ต้องจัดลำดับการปลดหนี้ อาทิ
1.หนี้ที่ไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแลหรือหนี้นอกระบบ
2.หนี้ของสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยแพง ยกตัวอย่างสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับ
หนี้บัตรเครดิต และ 3. หนี้ที่คิดดอกเบี้ยถูกกว่า
หรือถ้าเป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยเท่าๆกัน ให้เริ่มปลดหนี้จากหนี้ก้อนที่น้อยที่สุดก่อน”
รองผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อรายย่อย แบงก์อิสลามกล่าว 

 ซีพีเอฟ
ดำเนินโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม โดยริเริ่มจากสายธุรกิจสุกรเมื่อปี
2558 ปัจจุบันมีสถาบันการเงิน 3 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการฯและปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่พนักงาน
ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

**
วิวรรธน์ แพ่งสุภา รายงาน