ปราจีนบุรี  พิสูจน์กระสือมีจริงหรือแค่ข่าวลือ ( มีคลิป ) **  กองบรรณาธิการข่าว รายงาน

Spread the love

**   ทีมข่าวลงพื้นที่เฝ้าติดตามตลอดทั้งคืนเพื่อพิสูจน์ข่าวที่มีผู้พบกระสือหลังบ้านร้าง กว่า 4 ชั่วโมงพบแสงประหลาดมาไวไปไว ยังไม่ฟันธง ขอตามดูอีกคืน

ภายหลังมีชาวบ้าน หมู่ 4 ต.ท่างาม หลายคนพบเห็น ดวงไฟลูกใหญ่สีส้มอมเขียวลอยวูบวาบจนกล่าวขานกันว่าเป็นกระสือที่เกิดจากคนเล่าของ ทีมข่าวได้จัดชุดเฝ้าติดตามเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา โดยแยกชุดเฝ้าติดตามออกเป็นสองชุดๆละสองคน ส่วนหนึ่งเฝ้าด้านหน้าบ้านร้างหลังใหญ่ อีกชุดไปดักซุ่มหลังบ้าน ด้วยความอดทนเพื่อต้องการพิสูจน์ ว่ากระสือมีจริงตามที่ชาวบ้านเล่าหรือไม่  โดยเมื่อช่วงเย็นทีมข่าวได้ไปพบกับคุณยาย ฉะอ้อน  กรกรุงศรี อายุ 86 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 / 1 หมู่ 4 ต.ท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อสอบถามความเป็นมาของกระสือ ซึ่งคุณยายฉะอ้อนได้เล่าให้ฟังถึงกระสือที่เห็นว่า เมื่อราวตีสี่วันหนึ่งตื่นขึ้นมาพบเห็นดวงไฟสุกสว่างเหมือนนีออนลอยระดับสายตาช้าๆแล้วลอยไปเรื่อย ครั้งแรกไม่ทราบว่าเป็นอะไร จนกระทั่งมีคนมาพูดคุยถึงเรื่องที่ตนเห็นคล้ายๆกันจึงคิดว่าจะเป็นอย่างที่มีคนพูด แต่ก็ยังไม่ยืนยันว่าเป็นอะไร เมื่อถามว่ามีหัวหรือไส้ตามที่มีคนอ้างหรือไม่ ยายฉอ้อนบอกไม่มีเห็นแค่เป็นแสงสีสวยๆเท่านั้นไม่ได้น่ากลัวอะไร พร้อมกับยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดมาก็พึ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

หลังได้จ้อมูลแล้วทีมข่าวได้จัดแบ่งออกเป็นสองชุด ๆ หนึ่งเฝ้าหน้าบ้านร้างหลังใหญ่บนเนื้อที่นับสิบไร่ อีกทีมอ้อมไปเฝ้าด้านหลังเพื่อจะพิสูจน์ว่ากระสือมีจริงตามที่ชาวบ้านเล่าหรือแค่ข่าวลือ จนกระทั่ง ตี4 ต่อตี 5 ซึ่งทีมที่ไปดูด้านหลังพบสิ่งแปลกประหลาดใจเมื่อจู่ๆเห็นลูกไฟสีมส้มสุกปลั่งลอยขึ้นมาจากพื้นดินราวสามวินาที ก่อนที่จะลอยลงหายไป ทีมงานจึงปักหลักเฝ้ารอโดยการขับรถเพื่อให้เข้าไปใกล้ที่สุดเพื่อตระเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพ ซึ่งในขณะนั้นได้พบลูกไฟลอยขึ้นมาไม่ห่างจากจุดเดิมประมาณเกือบสองวินาทีแล้วหายลงไปใกล้กับสระน้ำซึ่งทราบว่าเป็นสระหรือบ่อเลี้ยงปลาที่ถูกทิ้งอยู่ในบริเวณบ้านร้าง โดยช่างภาพหันไปหยิบกล้องจากในรถจึงทำให้พลาดจากการถ่ายภาพเป็นครั้งที่สอง และก็ไม่พบอีกเลยจนกระทั่งรุ่งเช้าทีมงานจึงออกจากพื้นที่ เพื่อวางแผนกันว่าคืนนี้จะออกมาเฝ้าติดตามดวงไฟประหลาดเพื่อจะบันทึกภาพให้ได้ซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ว่าจะเป็นดวงไฟที่ชาวบ้านเห็นและบอกว่าเป็นกระสือหรือไม่

**  กองบรรณาธิการข่าว รายงาน