ล่าแก๊งมิจฉาชีพหรอกให้ร่วมลงทุนแปรสภาพทองคำแท่งเป็นทองรูปประพรรณ เสียหายมากกว่า 200 ล้าน ( มีคลิป ) ** ธัญกิตติ์ อ่อนแสง รายงาน     

Spread the love

ผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนต่อทีมงานรอบรั้วภูธรว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีบุคคลคนหนึ่งได้โพสต์เชิญชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมหุ้นในการลงทุนทำทอง โดยแปรสภาพจากทองแท่งเป็นทองรูปพรรณ พวกตนเกิดการสนใจจึงเข้าไปดูกิจการ นั่นก็คือกิจการเกี่ยวกับการทำทองแท่งนำมาแปรสภาพเป็นทองรูปพรรณของบริษัท เคทีพีโกลด์ (KTP GOLD) ที่ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 134/75  ถนนเพชรเกษมสายเก่า แขวงบางด้วนเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร  ต่อมาพวกตนจึงเดินทางไปดูงานที่บริษัทดังกล่าวซึ่งบริษัทดังกล่าวเปิดกิจการเป็นโรงงานหลอมทอง เป็นตึก 3 ชั้นเป็นอาคารพาณิชย์ มีลักษณะคล้ายๆโรงงานผลิตทอง โดยมิจฉาชีพทั้งสองคนก็ได้โพสน์

ลงใน LINE กลุ่ม ทำให้เป็นที่น่าเชื่อถือและได้โทรมานัดคุยและหาผู้ร่วมหุ้นอยู่หลายครั้งโดยสองสามีภรรยาเป็นผู้ชักชวนจากนั้นทั้งสองคนได้มีการนัดนัดเจอกันที่ร้านจอมเทียนทะเลเผาที่ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้เสียหายทั้งหมด 15 คนได้ด้วยกันได้เข้าไปพบ โดยสองสามีภรรยาและมีทีมงานมาอีกประมาณ 3 คนได้มาชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน โดยเสนอผลประโยชน์ให้ว่า ผู้ลงทุน เพจที่ 1  ถ้าใครลงทุนก็จะได้รับรายได้เป็นรายวันคือ ถ้าลงทุน 1 ล้านบาทจะได้รับ วันละ 25,000  เป็นจำนวน 60 วัน เป็นเงินทั้งหมด 1,500,000  สรุป 60 วันได้กำไร 500,000 บาท เพจ ที่ 2  ลงทุน1,000,00 0 บาทจะได้ 140,000 บาทต่อสัปดาห์ จะได้รับ 10 ครั้ง สองสามีภรรยาก็จะมีเว็บไซต์ชื่อว่า KTB Gold .com และสามารถโอนเงินเข้าร่วมลงทุนโดยผ่านหมายเลขบัญชี ตนและสามี

จากการปรึกษากับทีมงานเพื่อน จึงเห็นว่าบริษัทนี้น่าเชื่อถือ เพราะน่าจะมีความมั่นคงจึงร่วมลงทุน ไปทั้งหมด 22,740,000 บาท ซึ่งบางคนก็ได้ผลกำไรกลับคืนมาบ้างแต่ข้าพเจ้ายังไม่ได้เลย ต่อมาทางบริษัทก็ได้จัดให้มีการสัมมนาชักชวนให้ลงทุมเพิ่มอีก และเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมสองสามีก็ได้มานัดเจอที่ร้านอาหาร  Chariot บางแสน ชลบุรี ก็ได้มาพบกับพวกตนอีกครั้ง และได้มาชักชวนให้พวกข้าพเจ้าลงทุนเพิ่มอีกโดยอ้างว่าใครอยากรวยมากก็ลงให้มากๆใครอยากรวยน้อยก็ลงให้น้อย ด้วยความหลงเชื่อจากการชักชวนและจิตวิทยาสองสามีภรรยาพวกตนจึงหลงชื่อร่วมลงทุนเพิ่มอีก ตั้งแต่คนละ 200,000 ถึง 1 ล้านบาท สองสามีภรรยายังกล่าวอีกว่าบริษัทนี้ยังจะอยู่อีกเป็น 10 ปีและตอนนี้ได้ขยายสาขาและขยายกิจการไปจนถึง 4 แห่งในประเทศไทยแล้ว แล้วจะเปิดสำนักงานใหญ่ที่จังหวัดนครปฐม ใครจะมาซื้อขายทองรูปพรรณก็มาซื้อที่นั่นในเฉพาะเขตภาคใต้ พวกตนจึงหลงเชื่อ ร่วมลงทุนไปอีกมากมาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 27  กรกฎาคม พ.ศ. 2561  ซึ่งเป็นวันที่จะได้เงินปันผล สองสามีภรรยาได้ประกาศลงในไลน์กลุ่มว่าให้เลื่อนมาจ่ายเป็นวันที่ 1 แทนก็แล้วกัน จะได้เงินเยอะ พวกตนจึงรอจนถึงวันที่ 1สิงหาคม 2561 เวลา 12.00 น สองสามีภรรยาได้การประกาศทางไลน์กลุ่มว่าไม่สามารถจ่ายเงินได้เนื่องจากสาเหตุ ว่าตนได้ถูกระงับบัญชี โดยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เข้ามาตรวจสอบบัญชี เพราะว่ามีเงินหมุนไหลเวียนเป็นจำนวนมากเข้าข่ายการฟอกเงิน แล้วตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ได้มีการทวงถามมาตลอด ยังไม่มีใครได้รับเงิน จึงคิดว่าถูกหลอกอย่างแน่นอน เพราะดูจากพฤติการณ์ในการโอนเงินให้ร่วมลงทุนมีหลายบัญชีจึงเข้ามาร้องเรียนต่อทีมงานรอบรั้วภูธร ต่อมาทีมงานได้นำผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร.โดยประสานงานผ่าน พ.ต.อ.ณรงค์ สุรศักดิ์สุรินทรแก้ว ผู้กำกับการกองกำกับการธุรกิจนำเที่ยวและมักคุเทศ ตำรวจท่องเที่ยว ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยมีผู้เสียหายกว่า 100 คนเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน

ต่อมาไม่นานนักพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 5 กองบังคับการ ปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองต่อศาลอาญาในความผิดร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หลังจากออกหมายจับไม่นานผู้ต้องหาทั้งสองได้ไหวตัวหลบหนีออกจากบ้านไปเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกไล่ล่าและติดตามจับกุมตัวแต่ผู้ต้องหาทั้งสองระวังตัวมากมีการเปลี่ยนแปลงที่พักและเปลี่ยนแปลงยานพาหนะที่ใช้ไปเรื่อยๆสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ก็จนมุม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีกำหนดที่จะมาทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จึงส่งกำลังเข้าไปสังเกตการณ์บริเวณในวัด ต่อมา ผู้ต้องหาก็มาที่วัดตามแผลที่วางไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 หลังเสร็จจากทำบุญและนำตัวมาแถลงข่าว และตั้งข้อหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและส่งตัวดำเนินคดีตามคำผิดและทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและตามทรัพย์สินเพื่อคืนประชาชนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปต่อไป รวมผู้เสียหายทั้งหมดกว่า 150 คนมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

** ขอบคุณ ” ก๋ากั่น เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จํากัด ”  ภาพเคลื่อนไหว

** ธัญกิตติ์ อ่อนแสง ทีมข่าวรอบรั้วภูธร รายงาน