ปราจีนบุรี  หนุ่มก่อสร้างเดินเท้ากลับบ้านหลังถูกโกงค่าแรง ( มีคลิป ) ** ธนปกรณ์  วิศวามิตร รายงาน

Spread the love

** สุดรันทด หนุ่มโคราชตัดสินใจมาเป็นกรรมกรเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ชีวิตไม่เป็นดั่งตั้งใจ แปดเดือนที่ กรุงเทพ ได้ค่าแรงแบบพอประทังชีวิตสุดท้ายโดนนายจ้างโกงทุกบาททุกสตางค์ต้องเข็นรถบรรทุกสมบัติติดตัวเพื่อกลับบ้านโดยไม่มีเงินแต่สตางค์เดียว

เมื่อช่วงเย็น  ( 11 ต.ค.61 ) ผู้สื่อข่าวพบหนุ่มใหญ่อายุประมาณ 35 ถึง40 ปี กำลังเข็นรถที่ต่อเองบรรทุกสัมภาระซึ่งเป็นสมบัติติดตัวเดินมาตาม ถนนสาย 304 เขต ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อมุ่งหน้า จ.นครราชสีมาบ้านเกิด ในสภาพเหงื่อโทรมตัวและอิดโรยขึงเข้าไปสอบถาม ถึงทราบชื่อว่า นายโชคชัย  แววกระโทก อายุ 35 ปี บ้านเดิมอยู่ เลขที่ 569 หมู่ 2 ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว  นานโชคชัยเล่าว่า ที่ต้องเดินเข็นรถก็เพราะว่า เมื่อประมาณ 8 – 9  เดือนทีผ่านมา ตนตัดสินใจเดินทางเข้ามาทำงานเป็นกรรมกรที่ เขต มีนบุรี กรุงเทพ เพื่อหาเงินไปเลี้ยงแม่และครอบครัวที จ.นครราชสีมา เพราะสภาพฝนฟ้าไม่อำนวยทำพืชไร่ไม่ได้ผล แต่ความหวังไม่ได้เป็นอย่างที่ตนตั้งใจ ค่าแรงงวดแรกที่ได้ไม่ครบทางเถ้าแก่บอกเงินยังไม่ออกก็ทนทำมาตลอดคิดว่าอาจเกิดขลุกขลักบ้างก็ได้แต่เงินพอซื้อข้าวปลากินไปวันๆ ไม่มีเงินเก็บเพื่อส่งทางบ้านต่อมาไม่มีการจ่ายเงินค่าแรง เมื่อทวงถามก็ได้รับคำตอบเดิมเงินยังไม่ออก ตนคิดว่าน่าจะถูกนายจ้างโกงแล้วแน่ๆ จึงตัดสินใจเดินเท้าออกจากที่ทำงานด้วยการนำสิ่งของใส่รถเข็นเดินทางออกมาจากแคมป์ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2561 ได้อาบน้ำบ้างไม่ได้อาบบ้าง ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียวอาศัยขอข้าวขอน้ำคนใจดีกินประทังชีวิตมาตลอด 4 วัน แต่ก็ไม่ได้ย่อท้อ มุ่งหน้า บ้านทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นจุดแรกเพื่อจะไปหาตำรวจท่านหนึ่งที่เคยจ้างตนทำงานเพื่อเอาเป็นทุนในการเดินทางกลับบ้าน ที่ โคราช

ส่วนเพื่อนที่เดินเท้ามาด้วยนายโชคชัย หนุ่มกรรมกรที่ถูกนายจ้างโกงค่าแรงจนหมดตัวเล่าว่า เมื่อช่วงเช้าขณะที่ตนเดินทางมาถึง แยก เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้แวะพักศาลารอรถ เห็นมีคนนั่งอยู่เมื่อพูดคุยกันจึงรู้ว่า ชื่อนายกมล  แช่มสำโรง เป็นคน บ้านเดียวกัน และได้บอกเล่าว่า ก็ถูกนายจ้างเบี้ยวค่าแรงเหมือนกันและได้เดินเท้ามาจาก จ.ชลบุรีเพื่อกลับบ้าน ที จ.นครราชสีมา จึงพากันเดินมาด้วยกันสองคน

ต่อมามี ดาบตำรวจ สมเดช  ภารกิจ ตำรวจทางหลวง ศรีมหาโพธิ ผ่านมาพบสอบถามจะขอให้กู้ภัยนำรถมารับและส่งที่หมาย แต่ทั้งสองคนปฏิเสธ เพราะไม่อยากรบกวนขอเดินไปเองค่ำไหนก็นอนนั่นถึงเมื่อไหร่ก็ช่าง ที่คิดมาคืออายคนที่เคยดูถูกเมื่อกลับถึงบ้าน  และเพื่อเป็นการตรวจสอบว่า นายโชคชัย  ไม่ได้โกหกหรือสร้างนิยายให้คนสงสาร ผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ ไปหานางบัวชุม  แววกระโทก แม่ของนายโชคชัย ที่ให้หมายเลขโทรศัพท์ ติดต่อเพื่อสอบถามว่านายโชคชัย เป็นลูกจริงหรือไม่ นางบัวชุม ยืนยันว่าเป็นลุกจริงและได้ออกไปทำงานที่กรุงเทพเกือบปีแล้วแต่ไม่ได้สตางค์ ยังบอกให้กลับบ้านอย่าไปคิดโกรธหรือเอาเรื่องเขากลับมาทำงานรับจ้างบ้านเราจะได้มากได้น้อยก็ยังดีกว่า

ก่อนที่จะเดินทางต่อ นายโชคชัย  แววกระโทก ยังฝากไปถึงนายจ้างที่โกงเงินค่าแรงด้วยว่า  เลิกทำนาบนหลังคนเขามีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน หลายคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับตนมีครอบครัวมีลูกมีเมียมีพ่อแม่ที่ต้องรับผิดชอบอย่าได้คิดไปทำกับใครอีกเลยสงสารเค้า ก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินทางผู้สื่อข่าวได้มอบเงินสินน้ำใจให้ติดตัวไปซื้อข้าว ซื้อน้ำกินระหว่างเดินทางกลับบ้าน 500  บาท

** ธนปกรณ์  วิศวามิตร กองบรรณาธิการข่าว รายงาน