สปก.ประจวบฯ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนการใช้สารเคมีในไร่สวน ( มีคลิป ) **: เอกภพ วงษ์ประเสริฐ รายงาน

Spread the love

https://www.youtube.com/watch?v=EQ5QYj0em30&feature=youtu.be

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านวังน้ำเขียว หมู่ 7 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวพจนันท์ กองมาก ปฏิรูปที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำทีมเจ้าหน้าที่คณะวิทยากร จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกรในเขตของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดประจวบ(ส.ป.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับการปลูกพืชสวนโดยใช้สารอินทรีย์ แทนการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร บนพื้นที่หมู่ 7 บ้านวังน้ำเขียว ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน และ พื้นที่หมู่ 8 บ้านพุตะแบก ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ตามโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) โดยมีนายปราโมทย์ ตาก้อง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านวังน้ำเขียว และผู้นำหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการ นำเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยพร้อมเพรียง ซึ่งในกิจกรรมได้มีการแจกปุ๋ยอินทรีย์ให้กับเกษตรกร นำไปใช้บำรุงพืชผลทางการเกษตรของตนเอง พร้อมนำไปศึกษาดูงานในพื้นที่สวนแปลงเกษตรของเกษตรกร ที่ได้รับการส่งเสริมจนสามารถ ลดต้นทุนการผลิตเพิ่มผลกำไรได้เป็นอย่างดี

นายปราโมทย์ ตาก้อง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ตนและลูกบ้านในหมู่บ้านรู้สึกดีใจที่มีหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด(ส.ป.ก.)ได้ให้ความสนใจเข้ามาส่งเสริมด้านต่างๆ ให้กับเกษตรกรในหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านได้ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันบริหารจัดการชุมชน และการร่วมใจใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกพืชผลทำการเกษตร ลดปริมาณการใช้สารเคมี เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ราบสูง เวลาใช้สารเคมีในแปลงเกษตร ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนด้านล่าง ก็จะได้รับสารเคมีจากแปลงเกษตรที่ลอยไปตามน้ำเวลาเกิดฝนตก เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ พร้อมทั้งส่งเสริมการเลี้ยงผึ้ง เพื่อใช้ในการผสมเกสรพืชสวนแทนการใช้สารเคมีกระตุ้น โดยขณะนี้กำลังจะใช้วิธีการเลี้ยงผึ้งในโอ่งขนาดเล็กแทนการเลี้ยงผึ้งในกล่องลังไม้ เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่า และมีความทนทาน ไม่ผุพัง ซึ่งลังไม้สำหรับใช้เลี้ยงผึ้งต้นทุน ราคาลังละ 500 บาท ส่วนโอ่งขนาดเล็กที่นำมาใช้เจาะรู ใบละ 200 บาท ประหยัดกว่ากัน ถึง 300 บาท ต่อการเลี้ยงผึ้ง 1 ลัง

โดยการปลูกพืช เกษตรในไร่แบบผสมผสานรวมอยู่ในแปลงเดียวกัน และเลี้ยงผึ้งกระจายเป็นจุดๆทั่วทั้งสวน เพื่อประหยัดเนื้อที่ และเป็นการทำเกษตรแบบพึ่งพา อาทิ ปลูกทุเรียน อินทผาลัม สละอินโด เงาะ มังคุด ข่า ตะไคร้ พืชผักสวนครัว ต่างๆ เช่นเดียวกับสวนของนายประสิทธิ์ สีแสง วัย 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ 7 บ้านวังน้ำเขียว แห่งนี้ และ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำมูลสัตว์ที่ได้ไปใช้ทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ และชาวบ้านในหมู่บ้านยังได้ร่วมแรงร่วมใจลดปริมาณขยะ โดยมีการคัดแยกประเภทของขยะ จากนั้นจึงนำไปขาย แล้วนำรายได้เข้ามาปรับปรุงพัฒนาบริหารจัดการในชุมชน-หมู่บ้าน ของตนเอง จึงสามารถลดต้นทุนในการผลิต เกษตรกรมีเงินเหลือเพิ่มมากขึ้น และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เริ่มดีขึ้นตามลำดับ โดยจะสังเกตได้ว่าปัจจุบันนี้ ไม่มีกลุ่มแก๊งขี่รถจักรยานยนต์เก็บเงินกู้เข้ามาในหมู่บ้านอีกแล้ว

**ภาพข่าว: เอกภพ วงษ์ประเสริฐ (นักข่าวบ้านนอก) รายงาน