ประจวบคีรีขันธ์ โค่นต้นยางกว่า 200 ไร่เตรียมฟื้นฟูคืนสภาพผืนป่ากุยบุรี ( มีคลิป )** :เอกภพ วงษ์ประเสริฐ รายงาน

Spread the love

กรมป่าไม้ ร่วมปกครอง ทหาร ตำรวจทวงคืนผืนป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีพื้นที่กว่า 200 ไร่ พื้นที่เมืองประจวบ หลังถูกกลุ่มนายทุนบุกรุกปลูกพืชยางพารา

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 28 กันยายน 2561 นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธี ปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติป่ากุยบุรี พื้นที่หมู่บ้านย่านซื่อ หมู่ 12 ซอยพุหวาย  ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมพื้นที่จำนวน 266 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา โดยมีนายปรีชา แสงเทียน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี ที่ 283/2561 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ของการเปิดปฏิบัติการตัดโค่นสวนยาง พาราทวงคืนผืนป่าเพื่อฟื้นฟูครั้งนี้

มีกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทวงคืนผืนป่า อาทิ ศูนย์ป่าไม้ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองประจวบ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 146-3 ตำรวจ สภ.อ่าวน้อย  หมวดรักษาความสงบที่ 1 เขตอำเภอเมืองประจวบ หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 17 กรมป่าไม้ สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติป่ากุยบุรี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าร่วม

ทั้งนี้สืบเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ. อ่าวน้อย และดำเนินการตามมาตรา 25  แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พร้อม ทำการปิดประกาศแจ้งให้ผู้บุกรุกที่ถือครอง หรือทำประโยชน์ในพื้นที่ดำเนินการรื้อถอนทำลายพืชผลอาสินออก แต่ไม่ดำเนินการใดๆ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตัดโค่นต้นยางพาราที่กลุ่มนายทุนได้มาบุกรุกแผ้วถาง กว้านซื้อสิทธิ์ที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งทำประโยชน์อยู่แต่เดิม แล้วรวมเป็นแปลงยางพาราผืนใหญ่เนื้อที่กว่า 200 ไร่ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม และเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่นี้อีกต่อไป และหลังจากนี้จะได้ดำเนินการปรับปรุงฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพผืนป่าของอุทยานดังเดิมต่อไป

** ภาพข่าว:เอกภพ วงษ์ประเสริฐ (นักข่าวบ้านนอก) รายงาน