คืนกระเทียม 96 กระสอบ ส่อมิชอบ  บริษัทผู้ขอไม่เคยแจ้ง อย. ขอใช้สถานที่เก็บในมุกดาหาร จี้ส่วนกลางตรวจสอบ จนท.รัฐที่เกี่ยวข้อง และวางเฉย ** ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร / รายงาน

Spread the love

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 61 สืบเนื่องกรณี จากเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยเอกจำรัส บุตรสุรีย์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับร้อยโทพรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งจากประเทศ สปป.ลาว โดยใช้เรือหางยาวเหล็กขนาดใหญ่บรรทุกกระเทียมแห้งข้ามแม่น้ำโขงมาส่งที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน ช่วยกันแบกขึ้นฝั่งมาเก็บไว้ในบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 บ้านบางทรายใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าทำการจับกุมผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งได้ 2 คน คือนายไพวัลย์ สุวรรณศรี และนายชัยมงคล ทองผา  พร้อมตรวจยึดกระเทียมแห้งจำนวน 196 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัม นำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ด่านศุลกากรมุกดาหารตรวจยึดไว้ดำเนินคดีเพียง 100 กระสอบ แล้วคืนให้กับผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของมีนำเข้ากระเทียมแห้งดังกล่าวโดยเสียภาษีศุลกากรถูกต้องตามกฎหมายไป 96 กระสอบ ในวันเดียวกัน ท่ามกลางความเคลือบเคลงสงสัยว่ามีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างรอบครอบหรือยัง เนื่องมีการเข้าตรวจค้นจับกุมในเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน และเจ้าหน้าด่านศุลกากรก็คืนกระเทียมแห้งไปในคืนวันเดียวกัน ทั้งยังไม่ยอมเปิดเผยตัวบุคคล และเอกสารที่ใช้อ้างอิงแล้วนำกระเทียมกลับไปอีกด้วย

นายสุภาพ วงศ์พัฒนวุฒิ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในการขออนุญาตนำกระเทียมเข้ามาในราชอาณาจักร มี 2 หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเนื่องจากถือเป็นอาหาร ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 คือ กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยมีด่านอาหารและยาที่จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ร่วมทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปราม การนำเข้า และส่งออกในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

 

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลสถานที่ขออนุญาตนำเข้าหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ของผู้ประกอบการค้ากระเทียมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ไม่พบว่าบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้แจ้งขอมีสถานที่เก็บกระเทียมนำเข้ามาในราชอาณาจักรอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร รวมทั้งบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

ทั้งนี้ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข ได้รับทราบว่าในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการนำหนังสืออนุญาตนำอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ไปใช้สวมกระเทียมลักลอบหนีภาษีศุลกากร หมุนเวียนไปมา ซึ่งเป็นการกระทำความผิดและทำให้รัฐเสียหาย เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในประเทศไทยได้รับความเดือดร้อน  จึงได้มีการเข้มงวดในการอนุญาต และมีการตรวจสอบอย่างรัดกุม โดยการขออนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรนอกจากจะต้องแนบหลักฐานเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล ทะเบียนการค้าหรือทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังต้องมีสถานที่เก็บอาหารที่เหมาะสม โดยแนบรายการอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเก็บและรักษาคุณภาพอาหารให้คงสภาพ   แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ขออนุญาตนำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสถานที่เก็บอาหารในรัศมี 100 เมตร แบบแปลนพื้นทั้งชั้นของสถานที่เก็บอาหาร ซึ่งแสดงรายละเอียดของห้องหรือบริเวณข้างเคียง พร้อมระบุประโยชน์ใช้สอยอย่างชัดเจน  แบบแปลนแสดงการจัดห้องและบริเวณเก็บอาหาร ที่ต้องแสดงการจัดแยกเก็บอาหารแต่ละชนิดเป็นสัดส่วน ระบบการถ่ายเทอากาศ ระบบแสงสว่าง ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บและรักษาคุณภาพของอาหารให้คงสภาพตามความจำเป็น

นอกจากนั้น ยังมีข้อให้ผู้รับอนุญาตพึงปฏิบัติ คือ ต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาต แล้วแต่กรณีไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่นำเข้าซึ่งอาหารที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องติดหรือจัดทำป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่นำเข้าหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร สถานเก็บอาหาร เป็นต้น ทั้งยังต้องรักษาบริเวณสถานที่เก็บอาหารให้อยู่ในสภาพเดิมตรงตามที่ได้รับอนุญาต ตลอดจน รักษาความสะอาดอยู่เสมอจัดให้มีแสงสว่าง และการถ่ายเทอากาศอย่างเพียงพอ

ดังนั้น หากบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้ทำการแจ้งขอรับคืนกระเทียมแห้งที่ถูกตรวจค้นจับกุมในบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยกล่าวอ้างว่าได้รับอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรจริง ทั้งที่ไม่ได้มีการขออนุญาตเก็บกระเทียมไว้ในบ้านเลขที่ดังกล่าว และทางกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุขมุกดาหาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ก็ไม่เคยได้รับแจ้งเช่นกัน การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นความผิดตามมาตรา 20 และ 53 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ให้ความเห็นว่า การที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหารตรวจปล่อยกระเทียมแห้งจำนวน 96 กระสอบ คืนให้แก่ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ไปอย่างรวดเร็วในคืนวันที่มีการตรวจค้นจับกุม โดยไม่มีการตรวจสอบอย่างรัดกุม ทั้งที่มีความปกติมากมายหลายอย่างทั้งในเรื่องว่า บริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ ได้ทำการตรวจแยกแยะกระเทียมที่กองรวมกันอยู่ที่ด่านศุลกากรอย่างไรจึงรู้ว่ากระทียมส่วนใดถูกลักลอบนำเข้า ส่วนใดเป็นของบริษัทที่กล่าวอ้างเป็นเข้าของ เนื่องจากเป็นกระเทียมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและถูกขนถ่ายเคลื่อนย้ายจากเรือขึ้นมาเก็บในบ้าน และมีการขนใส่รถยนต์จากบ้านมาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากรถึง 2 ขึ้นตอน  ย่อมมีการปะปนกัน การที่ด่านศุลกากรมุกดาหารสามารถแยกแยะกระเทียมและส่งคืนได้โดยทันทีจึงเป็นเรื่องที่ไม่นาเชื่อถือว่าจะทำได้จริง

นอกจากนี้ สถานที่เก็บกระเทียมแห้งก็ไม่ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร และกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงเป็นข้อพิรุธไม่น่าเชื่อว่ากระเทียมแห้งในบ้านเลขที่ 4 จะเป็นของบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด นอกจากนี้ เหตุดังกล่าวยังถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายบท รวมทั้งตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ด้วย การที่ด่านศุลกากรมุกดาหารลุแก่อำนาจดำเนินการแต่เพียงหน่วยงานเดียวแล้วปล่อยผู้ต้องหาและของกลางไป จึงอาจจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ  อีกทั้งการที่ด่านศุลกากรไม่ยอมเปิดเผยตัวบุคคลและเอกสารที่นำมาใช้อ้างอิงและรับกระเทียมแห้งทั้ง 96 กระสอบคืนไป ทำให้สาธารณชนเคลือบแคลงใจว่ามีการปิดบังอำพรางซ่อนเร้นการกระทำความผิดหรือประพฤติมิชอบไว้หรือไม่อย่างไร

การลักลอบนำเข้ากระเทียมเถื่อนและสิ่งของผิดกฎหมายด้านจังหวัดมุกดาหารมีการทำกันมาอย่างยาวนาน สร้างความเสียหายสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีในแต่ละปีนับ 1,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยที่หนุนเสริมจากเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องในการป้องกันปราบปรามหลายหน่วยวางเฉยไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ราวกับว่าได้รับผลประโยชน์ด้วย จึงทำให้ขบวนการค้าของเถื่อนในจังหวัดมุกดาหาร เป็นขบวนใหญ่ทรงอิทธิพล เมื่อคนในขบวนการค้าของเถื่อนมีปัญหาก็จะมีหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ออกหน้ารับเคลียร์ให้ดังที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสารมวลชน  ด้วยความละเลย ละเว้น วางเฉย ปิดบัง  ซ่อนเร้น ไม่โปร่งใส  ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจึงควรที่รัฐบาลและหน่วยงานผู้บังคับบัญชาในส่วนกลางต้องจัดการบังคับให้มีการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเข้มแข็ง และจริงจัง โดยควรล้างบางเจ้าหน้าที่ที่วางเฉยปล่อยให้มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง ต่อหน้าต่อตา ให้ออกไปจากพื้นที่ และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพิ่มมากขึ้นต่อไปอีก

** ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร / รายงานจากมุกดาหาร