สามล้อพ่วงข้างกระบี่ กว่า 100 คัน ยื่นหนังสือคัดค้านรัฐฯ บังคับใช้ กม.ห้ามวิ่งบริการ นทท. / ** ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

แชร์ข่าวนี้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ก.ย.2561 กลุ่มผู้ขับขี่รถ จยย.รับจ้างแบบพ่วงข้าง ในพื้นที่ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ร่วม 100 คัน ได้ขับรถ จยย.พ่วงข้าง เดินทางมายังลานด้านหน้าศาลากลาง จ.กระบี่ เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ผ่าน พ.ต.ท.ม.ล.กิตติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ โดยตัวแทนกลุ่มคือนายสมเกียรติ สายนุ้ย ประธานชมรมสามล้ออ่าวนาง เป็นผู้ยื่นหนังสือ ซึ่งทาง ผวจ.กระบี่ สั่งการให้ จนท.ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ เป็นผู้รับมอบหนังสือจากชมรมฯ พร้อมทั้งรับปากว่าจะนำเรื่องนี้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบ เพื่อหาหนทางเยี่ยวยาแก้ไขปัญหา

นายสมเกียรติ กล่าวว่า สาเหตุที่พวกตนต้องมายื่นหนังสือในครั้งนี้ ก็เพราะอาชีพขับ จยย.แบบพ่วงข้างรับจ้าง เป็นอาชีพที่พวกตนทำกันมานานหลายปีแล้ว โดยคนขับขี่ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่อย่างแท้จริง พวกตนเข้าใจว่ารถที่ใช้รับจ้าง เป็นรถที่ผิดต่อกฎหมาย แต่พวกตนก็จำเป็นต้องใช้ในการทำมาหากิน อยากให้รัฐช่วยเหลือด้วยการแก้ไขกฎข้อบังคับ หรือทำอย่างหนึ่งอย่างใด ให้พวกตนได้ประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พวกตนเองก็อยากทำให้ถูกต้อง แต่หากสั่งให้เลิกใช้รถดังกล่าววิ่ง พวกตนก็ไม่มีหนทางจะทำอาชีพอื่น ทำให้ต้องขาดรายได้

ซึ่งปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มมีกัน 140 ราย วิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวนาง เท่านั้น ซึ่ง นทท.เองก็ชื่นชอบที่จะใช้บริการ ที่ผ่านมาก็ไม่เป็นสร้างปัญหาให้กับสังคม รถโดยสารของพวกตนก็ไม่เคยพานักท่องเที่ยวไปประสบอุบัติเหตุที่รุนแรงใดๆ จึงอยากให้รัฐบังคับใช้กฎหมายให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากทางภาครัฐ ยืนยันที่จะบังคับใช้กฎหมายตามเวลาที่กำหนดจริง พวกตนก็จำเป็นต้องฝ่าฝืนให้บริการต่อไป แม้จะต้องถูกจับดำเนินคดีก็ตาม

ทั้งนี้ คำสั่งให้รถ จยย.แบบสามล้อพ่วงข้าง หยุดให้บริการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร เป็นมติของที่ประชุมคณะทำงานที่ตั้งขึ้นโดย พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช อดีตแม่ทัพภาค 4 ตามแนวทางการจัดระเบียบรถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งคณะกรรมการในระดับจังหวัด มีมติให้รถประเภทนี้หยุดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ เนื่องจากรถประเภทนี้เป็นรถที่มีการดัดแปลง เปลี่ยนแปลงสภาพ และนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ตามกฎหมายการคมนาคมขนส่ง ซึ่งก่อนนี้เคยมีการผ่อนผันให้รถประเภทนี้วิ่งให้บริการได้ กระทั่งล่าสุดที่ประชุมมีมติเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่กังวลว่าจะไม่มีอาชีพรองรับ และไม่สามารถหาเงินรายได้ทางอื่นมาเลี้ยงครอบครัวได้

** ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน