สระแก้ว  ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาพัฒนาชีวิตประชาชนโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริบูรณาการให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในยุคประเทศไทย 4.0

Spread the love

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2561  โครงการชลประทานจังหวัดสระแก้ว จัดโครงการเสวนาเรื่องบูรณาการ ต่อยอดศาสตร์พระราชา ในยุคประเทศไทย 4.0 ที่หอประชุมวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ตำบลหนองหมากฝ้าย อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โดยมีนายทินกร สุทิน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดสระแก้วและผู้จัดการโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาจังหวัดสระแก้ว-ปราจีนบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธาน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนนำท้องถิ่น ท้องที่ ผู้นำเกษตรกร ในโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาฯ ได้แก่อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอวัฒนานคร อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วและอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ตัวแทนหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ รวมทั้งสิ้น 400 คน

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในศาสตร์พระราชา และนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบการพัฒนาระบบกสิกรรมด้วยศาสตร์พระราชา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบของการเสวนา เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต แลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำศาสตร์พระราชามาใช้ในชีวิตและชุมชน ในประเด็น ความสำเร็จการนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ชีวิตตามเกษตรทฤษฎีใหม่ ต่อยอดขยายผลในชุมชน ปัญหาด้านการเกษตร การพัฒนาเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย การปรับพื้นที่การเกษตร และการวิเคราะห์การนำศาสตร์พระราชามาให้เกิดประโยชน์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับทราบและตอบปัญหา โดยปัญหาที่ได้จากกาเสวนา ประกอยด้วย อ.ตาพระยาขาดแคลนน้ำ สิทธิในที่ทำกิน  อ.เมืองสระแก้ว น้ำเกินความต้องการ และไม่สามารถขุดบ่อในพื้นที่ได้ อ.เขาฉกรรจ์ ต้องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและจัดสรรที่ทำกินให้ประชาชน อำเภอวัฒนานคร มีปัญหาเรื่องการรับบัตรสวัสดิการและคุณแม่วัยใส อำเภอนาดี ต้องการขยายพื้นที่ใช้น้ำนอกเขตชลประทาน เป็นต้น ซึ่งทุกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้รับทราบปัญหาและหาแนวทางให้การช่วยเหลือต่อไป

นายทินกร สุทิน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า โครงการชลประทานจังหวัดสระแก้ว ได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาจังหวัดสระแก้ว-ปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ ตามแผนแม่บทฉบับที่ 1  ( พ.ศ.2555-2559) พบว่าต้องมีการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและอาจเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ เช่น ความยากจน การขาดองค์ความรู้ การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาวะฝนแล้ง  สภาพดินเสื่อมโทรม ขาดการวางแผนที่ดีในการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การปรับเปลี่ยนการบริโภค การดำเนินชีวิตเน้นวัตถุนิยม การเสื่อมทางสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีของประชาชนในเขตพื้นที่ราบเชิงเขาเป็นอย่างมาก เพื่อให้การดำเนินการตามยุทศาสตร์การพัฒนาโครงการฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประสบผลสำเร็จที่ตั้งไว้จำเป็นต้องมีการทบทวน ชี้แจง ขั้นตอน วิธีการดำเนินการร่วมกันแบบบูรณาการและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถตอบสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ที่ทรงพระราชทานไว้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาจิตใจของราษฎร การพัฒนาความรู้การประกอบอาชีพ และการจัดการจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ราษฎร โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับองค์ความรู้ที่ได้รับจากการจัดนิทรรศการ การสาธิต ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ชุมชน หน่วยงาน วิทยาลัย นำมาจัดแสดงและจำหน่ายด้วยแล้ว ยังมีองค์ความรู้ที่น่าสนใจ เช่น ข้าวปลูกป่า ธนาคารต้นไม้และธนาคารน้ำ เป็นต้น

** สมศักดิ์ สารการ รายงาน