เลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมประชุมสัมมนา เรื่อง การส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายและพัฒนาปรับปรุงกฎหมายการศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย

Spread the love

วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมประชุมสัมมนา เรื่อง การส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายและพัฒนาปรับปรุงกฎหมายการศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย และบรรยายพิเศษ เรื่อง ทิศทางการพัฒนาการศึกษาในปัจจุบัน การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๙-๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ โรงแรมบรรจงบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายและปรับปรุงกฎหมายการศึกษา

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ กล่าวว่า เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีหลายประการ เครื่องมือที่สำคัญประการหนึ่ง คือ กฎหมาย ในปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการยกร่างกฎหมาย และกฎหมายลำดับรอง เพื่อใช้ในการปฏิรูปการศึกษา ได้แก่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัย กฎหมายว่าด้วยคุรุสภา กฎหมายว่าด้วยข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา กฎหมายว่าด้วย สกสค. กฎหมายว่าด้วยองค์การค้า สกสค. กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และกฎหมายว่าด้วยการศึกษาเอกชน เป็นต้น ซึ่งกฎหมายบางฉบับอยู่ในระหว่างการยกร่าง การรับฟังความคิดเห็น และบางฉบับมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษามีประสิทธิภาพ มีความต่อเนื่อง และยั่งยืน จึงได้มีการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยแผนดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมการ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา กล่าวว่า พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา เพราะนอกจากจะให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนโดยมุ่งเน้นสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบการศึกษาไทยแล้ว ยังคำนึงถึงการพัฒนาและการส่งเสริมการวิจัยที่เป็นประโยชน์แก่กลุ่มข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทหลักในกระบวนการจัดการศึกษาและปฏิรูประบบการศึกษาไทย

ในการสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายประนัย วณิชชานนท์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง “วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง” ประเด็นความรับผิดรับชอบในการบังคับตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ประกอบไปด้วยความรับผิดทางปกครอง ความรับผิดทางวินัย และความรับผิดทางแพ่ง ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาขั้นตอนและกระบวนการ รวมไปถึงอำนาจในการออกคำสั่งทางปกครองอย่างรอบคอบ ประกอบกับนำหลักการพิจารณาทางปกครองทั้ง ๓ หลักการ อันได้แก่ หลักความเป็นกลาง หลักฟังความทุกฝ่าย และหลักให้เหตุผลประกอบคำสั่ง มาร่วมพิจารณา เพื่อก่อให้ประโยชน์และประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ และประชาชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ นายสมบูรณ์ แต่งเกลี้ยง ผู้พิพากษาสมทบ นายวีระ พลอยครบุรี ผู้ทรงคุณด้านวิจัย นายนิวัตต์ น้อยมณี ผู้ทรงคุณวุฒิ นายอาทร ทองสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณด้านกฎหมาย นายมานิตย์ คณะโต ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงาน ก.ค.ศ. ร่วมเป็นวิทยากร อภิปรายในประเด็นการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในหน่วยงานการศึกษาหรือสถานศึกษา ซึ่งวิทยากรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารหน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาจำเป็นต้องใช้หลักธรรมาภิบาล และการบริหารงานที่มีความโปร่งใส ได้แก่ ๑. หลักนิติธรรม ๒. หลักคุณธรรม ๓. หลักโปร่งใส ๔. หลักความมีส่วนร่วม ๕. หลักความรับผิดชอบ และ ๖. หลักความคุ้มค่า รวมทั้งต้องใช้หลักธรรมทางศาสนาประกอบด้วย

ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำเนินการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายการศึกษา และจะรวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุม เพื่อนำไปพัฒนากฎหมายการศึกษาให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาชาติต่อไป

** ข้อมูลภาพข่าว สภมการศึกษา / คณาโชค ตามจิตเจริญ เรียบเรียง รายงาน