นครนายก – ธ.ก.ส. ชี้แจงโครงการมาตราการลดภาระหนี้ฯ ตามแนวประชารัฐ ( มีคลิป ) อำพล เทียนงาม รายงาน

Spread the love

** ธ.ก.ส. สำนักงานจังหวัดนครนายก ชี้แจงโครงการมาตรการลดภาระหนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรรายย่อย โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่และโครงการสินเชื่อเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร

เมื่อเวลา 10.00 น.(29 ส.ค. 61 ) ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อ.เมือง จ.นครนายก ” นายชัยวัฒน์ กลิ่นเกลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานจังหวัดนครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ทั้ง 4 อำเภอ ทุกสาขา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสื่อสื่อมวลชนเข้าร่วมประชุมโครงการมาตราการลดภาระหนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับเกษตรกรรายย่อย ในครั้งนี้

นายชัยวัตน์ เปิดเผยความคืบหน้า มาตรการลดภาระหนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรรายย่อยมีการขยายเวลาชำระหนี้แก่ ธ.ก.ส. โดยมีการขยายเวลาชำระหนี้แก่ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย มาตรการแรกคือ ให้ขยายเวลาชำระหนี้ต้นเงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 – 31 กรกฎาคม 2564 และชำระดอกเบี้ยเงินกู้อย่างน้อยปีละครั้ง ทั้งนี้เกษตรกรต้องแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และมาตรการที่สองคือ การลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรรายย่อย เฉพาะต้นเงินกู้ที่ไม่เกิน 300,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 – 31 กรกฎาคม 2562 โดยรัฐบาลรับภาระอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ส่วน ธ.ก.ส. รับภาระร้อยละ 0.5 ต่อปี (เท่ากับร้อยละ 3 ต่อปี) สำหรับต้นเงินกู้ส่วนที่เกิน 300,000 บาทคิดอัตราดอกเบี้ยตามปกติ

ในการนี้ ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานจังหวัดนครนายก มีเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 13,351 ราย โดยทางสาขาในสังกัด ได้ดำเนินการนัดหมายเกษตรกรที่มีรายชื่อเข้าร่วมประชุมเพื่อแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรในพื้นที่ต่อไป

สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่มีกลุ่มเป้าหมายคือ สถาบันเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกร เพื่อสนับสนุนสินเชื่อกลุ่มละไม่เกิน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.51 กลุ่มเกษตรรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3.5 ต่อปี รวมระยะเวลา 5 ปี การดำเนินงานในจังหวัดนครนายก มีกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่จำนวนทั้งสิ้น 26 กลุ่ม ได้รับความเห็นชอบแผนธุรกิจการจากคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดแล้ว จำนวน 1 กลุ่ม และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจ จำนวน 1 กลุ่ม โดย ธ.ก.ส. สามารถจ่ายสินเชื่อตามโครงการนี้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2564

นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ได้กล่าวต่อถึงความคืบหน้าโครงการสินเชื่อเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร ผ่านบัตรเกษตรสุขใจ ซื้อปัจจัยการผลิตจากร้านค้า A Shop ซึ่งขึ้นทะเบียนผ่านทางธนาคาร วงเงินบัตรสุขใจรายละไม่เกิน 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ชำระเสร็จสิ้นภายใน 30 เมษายน 2563 โดย ธ.ก.ส. สำนักงานจังหวัดนครนายก มีเกษตรกรผู้ได้รับบัตรเกษตรสุขใจในรอบแรก ทั้งสิ้น 2,872 ราย และมีร้านค้า A Shop ในปัจจุบัน 16 ร้าน ซึ่งสาขาในสังกัดจะดำเนินงานส่งมอบบัตรดังกล่าวต่อไป

** ภาพ/ข่าว อำพล เทียนงาม รายงาน