สระแก้ว  คืบหน้าคดีฆ่าปาดคอ เศรษฐี ตลาดโรงเกลือ

Spread the love

กรณีที่ นางสาวสายันต์ จันทรา อายุ 64 ปี และ นายพิพัฒน์ ตั้งพงษ์ทอง อายุ 71 ปี เศรษฐี ตลาดโรงเกลือ และ อ.คลองหาด อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 10 บ้านไทยพัฒนา ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว 2 สามีภรรยา ถูกฆาตกรรม ฆ่าปาดคอ ที่บ้านพักดังกล่าว เมื่อ คืนวันที่ 30 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ช่วงเช้าตรู่ เจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาล ได้ 1 คน คือ นายวิชัย หรือต่อ พุ่มเรือง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 7 ต.คลองหาด อ.คลองหาดจังหวัดสระแก้ว เป็นคนขับรถของ เทศบาลตำบลคลองหาด จากนั้น เวลา 13.00น. พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท. จิตติ  รอดบางยาง ผบช.ภ.2  พล.ต.ต. เชษฐา  โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2  พล.ต.ต. สุรจิต  ชิงนวรรณ์  ผบก.ภ.จว.สระแก้ว  นายพรพจน์  เพ็ญพาส  ผวจ.สระแก้ว , ผู้แทนทหาร มทบ.19 และ กกล.บูรพา จ.สระแก้ว  ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ลงที่หน่วยเฉพาะกิจคลองหาดกรมทหารพรานที่ 13 คลองหาด จากนั้นจึงได้เดินทางมาดูที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ และได้เดินสำรวจโดยรอบบริเวณและจุดเกิดเหตุทั้งสองแห่ง จากนั้นจึงได้เดินทางต่อมาที่ สภ.คลองหาด โดยได้ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น เพื่อคลี่คลายคดีฆ่าสองสามีภรรยา  สำหรับ ผู้ต้องหาได้ฝากขังที่ ศาลจังหวัดสระแก้ว ส่วนความคืบหน้าในการจับคนผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้น ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปพบ ร.อ.สุเทพ มากสาคร นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลคลองหาด ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลคลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเกิดเหตุฆ่าปาดคอเศรษฐี 2 สามีภรรยา ในฐานะ ที่ถูกพาดพิง ในการถูกตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ห้องทำงานของ ร.อ.สุเทพ มากสาคร นายกเทศมนตรีตำบลคลองหาดและที่ บ้านพัก พบซองบรรจุกระสุน 1 อัน กระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 27 นัด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รถยนต์กระบะยีห้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน กจ-4861 สระแก้ว จำนวน 1 คัน นั้น แต่ยอมให้สัมภาษณ์ผ่านกล้องทีวิเพียงแต่ให้ถ่ายภาพเท่านั้น

ทางด้าน ร.อ.สุเทพ มากสาคร เผยว่า เมื่อเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 11.00 น. ได้ไปยื่นหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัว นายวิชัย หรือต่อ พุ่มเรือง ที่ศาลจังหวัดสระแก้ว แต่ศาลยังไม่รับ เนื่องจากเป็นวันเสาร์ หมดเวลาก่อน ศาลจึงเลื่อนไปวันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ สำหรับนายวิชัย พุ่มเรือง ได้ให้การปฏิเสธ ทุกข้อหา และเท่าที่ได้พูดคุยกับนายวิชัยฯ ได้บอกกับตนว่า ทำอะไรไม่ถูกเลย และการขับรถทุกคันในสำนักงานเป็นหน้าที่ของเขา และวันนั้น ที่เจ้าหน้าที่จับกุมนายวิชัยฯ ที่บ้านน้ำซับ อ.เมืองสระแก้ว นายวิชัยฯ ได้นำรถของทางราชการ ที่มีตราของ เทศบาลตำบลคลองหาด เพื่อไปรับเจ้าหน้าที่ ที่ไปอบรมที่กรุงเทพฯ และการใช้รถมีหลักฐานการยืมรถของทางราชการ โดยถูกต้อง ส่วน นายวิชัยฯ จะได้รับการประกันตัวในวันจันทร์นี้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

สำหรับ พล.ต.ท.จิตติ  รอดบางยาง  ผบช.ภ.2 ได้ให้สัมภาษณ์ ทางโทรศัพท์ และให้คำตอบสั้นๆ ว่า สำหรับ นายวิชัย หรือต่อ พุ่มเรือง ผู้ต้องหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัว ส่วนผู้ต้องหาจะขอประกันตัวจะได้หรือไม่ได้ อยู่ในดุลพินิจของศาล สำหรับการติดตามคนร้ายได้สั่งการ  พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ได้เรียกชุดสืบสวนของทุก สถานีตำรวจในพื้นจังหวัดสระแก้ว ประชุมที่ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อติดตามไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษต่อไป

คืบหน้าคดีฆ่าปาดคอ สองผัวเมีย เศรษฐี โรงเกลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนาย วิชัย หรือ ต่อ พุ่มเรือง  ผู้ต้องหาสำคัญคนที่ 1 ที่ถูกจับได้ ก่อนหน้านี้ ไปขออำนาจศาลจังหวัดสระแก้ว ฝากขัง ครั้งที่ 1  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย พร้อมอาวุธครบมือคุ้มกันอย่างแน่นหนา หลังจากศาลได้อนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหา ขึ้นรถของเรือนจำจังหวัดสระแก้ว เดินทางไปยังเรือนจำ ทันที โดยมีชุดคุ้ม  พร้อมอาวุธ นั่งรถคุ้มกัน  ประกบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รถของเรือนจำ

ด้านทนายความของนายวิชัย ได้กล่าวถึงคดีนี้ว่า วันนี้ทางญาติของผู้ต้องหาได้ติดต่อเพื่อขอยื่นประกันตัว โดยศาลได้เรียกหลักประกัน จำนวน 5 แสนบาท แต่ทางญาติยังหาเงินสด หรือ หลักทรัพย์  เพื่อยื่นขอประกันตัว ไม่ทัน  จึงยังไม่สามารถยื่นขอประกันตัวได้ แต่จะยื่นขอประกันตัว  พร้อมหลักทรัพย์อีกครั้งหนึ่ง ในวันจันทร์ ที่จะถึงนี้

 

ทนายความของนายวิชัย ยังกล่าวถึงคดีนี้ว่า จากการสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากลูกความ นั้น ตนยังเชื่อในความบริสุทธิ์ของลูกความ เนื่องจากมีพยานหลักฐานจำนวนหนึ่งที่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาของตำรวจ อีกทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตำรวจใช้เป็นกลักฐาน นั้น ก็ไม่ชัดเจน ไม่สามารถระบุ ตัวบุคคลได้ ตนจึงมั่นใจในความบริสุทธิ์ของลูกความ ว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ  ส่วนทางเจ้าหน้าที่เอง ดูเหมือนจะพยายามโยงประเด็นมูลเหตุไปที่การเมือง ท้องถิ่น มากเกินไป จนไม่ให้ความสนใจ ในพยานหลักฐานอื่น ๆ    อย่างไรก็ดี ตนยังเชื่อมั่นในหลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะคราบเลือดของผู้ตาย จะสามารถโยงใยหาตัวผู้กระทำผิดได้ แน่นอน  หากลูกความของตนกระทำผิดจริงคงไม่กล้าปฏิเสธอย่างแน่นอน

** สมศักดิ์ สารการ / รายงาน