รายงานพิเศษ บึงวังด้วน ณ จุดแคบสุดแผ่นดินสยาม แหล่งโบราณคดี 2000 ปี

แชร์ข่าวนี้

โดย สุรยุทธ ยงชัยยุทธ

แหล่งโบราณคดีบึงวังด้วน บริเวณใกล้สถานีรถไฟวังด้วน หมู่ 9 ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในบริเวณจุดแคบสุดของประเทศที่มีระยะทางเพียง 10.96 กิโลเมตร จากแนวสันแดนเทือกเขาตะนาวศรีด้านตะวันตกถึงชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ถือเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในอดีต ที่มีเส้นทางเก่าแก่เชื่อมโยงระหว่าง ฝั่งอ่าวไทยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับชายฝั่งทะเลอันดามันใน จ.มะริด ประเทศเมียนมาร์

นายทิวา ศุภจรรยา อายุ 83 ปี ผู้อำนวยการสถาบันถิ่นฐานไทย ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ อดีตนักวิชาการด้านธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาและสำรวจพื้นที่ในบริเวณชายฝั่งอ่าวไทย ภายหลังมีสันทรายธรรมชาติปิดกั้นอ่าว ทำให้มีสภาพเป็นบึงวังด้วนในปัจจุบัน พบหลักฐานโบราณวัตถุ ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา หินบด หินลับ ขวานหินขัด แสดงให้เห็นว่าพื้นที่รอบบึงวังด้วน มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในอดีตมาอย่างยาวนาน มาแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือนานกว่า 2,000ปี

“จากการสำรวจเบื้องต้นโดยสถาบันถิ่นฐานไทย และสำนักงานศิลปากรที่1 ราชบุรี พบหลักฐานโบราณคดี กระจายตัวและทับถมอยู่ตามเนินต่าง ๆ จากการสังเกตหน้าตัดชั้นดิน พบว่ามีลักษณะภาชนะดินเผาแตกต่างกันอย่างชัดเจน 2 ชั้น สำหรับวัฒนธรรมด้านล่าง พบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ พบทั้งผิวเรียบและตกแต่งด้วยลายเชือกทาบ รวมไปถึงพบขวานหินขัด ขณะที่วัฒนธรรมด้านบน พบเศษภาชนะดินเผาเนื้อดิน พบทั้งเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด รวมไปถึงพบเครื่องเคลือบจีน ”

จากหลักฐานเบื้องต้นโดยเฉพาะการพบขวานหินขัด แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวน่าจะมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่อดีตอย่างน้อยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย

สำหรับ “บึงวังด้วน” ตั้งอยู่บริเวณหลังสถานีรถไฟวังด้วน ติดแนวชายฝั่งทะเลระหว่างอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ และ อุทยานแห่งชาติหาดวนกร อ.ทับสะแก สามารถเดินทางจากตัวเมืองประจวบฯ โดยรถไฟและรถยนต์ ผ่านถนนเพชรเกษม ถึงบ้านต้นเกตุและแยกจากถนนเพชรเกษมที่ กม.339.6 ไปตามถนนลาดยางถึงสถานีรถไฟวังด้วน ระยะทางประมาณ2กิโลเมตร และมีทางลาดยางข้ามทางรถไฟไปจนถึงขอบบึงวังด้วน ติดชายฝั่งทะเล

“ บึงวังด้วนเป็นบึงธรรมชาติในพื้นที่กว่า 150ไร่ มีรูปร่างโค้งโอบล้อมชายฝั่งทะเล เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มีทางนํ้า 7 สายไหลลงสู่บึง มีสันทรายทะเลธรรมชาติปิดกั้นไม่ให้นํ้าจืดไหลลงทะเล ในฤดูนํ้าหลากนํ้าในบึงมีมาก จะพังเขื่อนทรายปล่อยให้นํ้าในบึงไหลออก และให้นํ้าทะเลไหลเข้า จากนั้นไม่นานคลื่นทะเลจะสร้างสันทรายปิดกั้น เป็นวังนํ้าให้ตัดขาดจากทะเล จึงเป็นที่มาของชื่อวังด้วน และเป็นวัฏจักรธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ยาก ปัจจุบันได้มีการสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บนํ้าในบึง แต่มีปัญหาจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติทำลายกัดเซาะเขื่อนได้รับความเสียหายทุกปี”

นายทิวา กล่าวว่า ที่ผ่านมาธรณีสัณฐานบริเวณบึงวังด้วน ได้รับความสนใจจากทีมนักวิชาการด่านโบราณคดีทั้งในไทยและต่างประเทศ เข้ามาสำรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามอารยธรรมมนุษย์ในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งตั้งแต่ยุคโบราณ โดยนักวิชาการจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝั่งเศส หรือThe National Center for Scientific Research (France) ได้นำนักวิชาการร่วมสำรวจกับนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร โดยยืนยันว่าบริเวณสถานรถไฟวังด้วนต่อเนื่องถึงบึงวังด้วนเป็นแหล่งโบราณคดีกลางแจ้งที่หาดูได้ยากในบริเวณคาบสมุทรตอนบนหรือ Upper Peninsula ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ว่าปัจจุบัน การสำรวจอาจมีอุปสรรค จากปัญหาจากการออกโฉนดที่ดินครอบครองพื้นที่กว่า 500 ไร่ ใกล้กับบึงวังด้วนทำให้ทีมสำรวจดำเนินการได้เฉพาะในเขตที่ดินสาธารณะรอบบึงซึ่งมีพื้นที่จำกัด และพื้นที่บางส่วนอยู่ในการครอบครองของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีการพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่เชื่อมโยงกับจังหวัดภาคใต้ซึ่งต้องขออนุญาตจากการรถไฟฯก่อนทำการสำรวจ ขณะเดียวกันพื้นที่โบราณคดีบางส่วนอยู่ในความรับผิดชอบอุทยานแห่งชาติหาดวนกร

//////////////