ลพบุรี-ครอบครัวโหดพ่อยิงแม่ พร้อมพี่สาวและพี่เขย ลูกคนเล็กแย่งปืนยิงพ่อดับ 3 สาหัส 1 (คลิป)**กฤษณ์ สนใจ รายงาน**

Cigna Roadside Assistance
แชร์ข่าวนี้

เสี่ยฟาร์มหมูหวงสุดโหดลากปืนลูกซอง 5 นัด ยิงภรรยา ลูกเขย ลูกสาวตายคาวงข้าว ลูกชายคนเล็กวัย 16 ปี อยู่ในเหตุการณ์ โดดเข้าแย่งปืนจากพ่อหันปากกระบอกปืนยิงพ่อตายไปอีกศพ ก่อนยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้าน ชนวนเหตุหารสังหารโหดครั้งนี้น่าจะมาจากเสี่ยฟาร์มหมู มือปืนคิดว่าเมียตัวเองมีแฟนใหม่

เมื่อเวลา 10.35 น.วันที่ 23 พ.ค.63 พ.ต.ท.ชยันต์ สีเกี๋ยง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สระโบสถ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายหลายศพ และผู้ผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ ฟาร์มเลี้ยงหมูไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 8 ต.นิยมชัย อ.สระโบสถ์ จึงได้ประสานแพทย์เวรฉุกเฉิน รพ.สระโบสถ์ และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ รุดเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

ภายในฟาร์มเลี้ยงหมูกลางทุ่งนา พบมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมายืนมุงดูจำนวนมาก ที่หน้าบ้านพบศพชายนุ่งกางเกงขาสั้นสีส้ม สวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว มีบาดแผลถูกยิง ด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศรีษะ และที่กลางหลัง นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ ข้างรถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กพว-637 ลพบุรี ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นด้านซ้ายยังมีกระสุนปืนลูกซอง อีก จำนวน 4 นัด บริเวณทางเข้าฟาร์มที่สร้างเป็นบ้านพัก ทราบชื่อนายประหยัด หมั่นเพียร อายุ 60 ปี เสี่ยฟาร์มหมู เจ้าของ และยังเป็นอดีตนักการภารโรง รพ.สระโบสถ์ และภายในโรงเรือนของฟาร์ม พบศพหญิงถูกยิงเสียชีวิตสภาศพอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ที่มีอาหารหวานคาว ผลไม้ หลากหลายชนิดวางอยู่ และมีอาวุธปืนลูกซอง 5 นัดวางอยู่ 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 12 มม. จำนวน 2 ปลอก มีบาดแผลถูกยิงที่ราวนมซ้าย 1 นัด ทะลุเป็นรูพรุน ทราบชื่อนางกัญจนา นิลสาริกา อายุ 48 ปี ภรรยานายประหยัด ที่ใต้แคร่ไม้ไผ่ พบศพนายไชยมงคล อัมพวา อายุ 27 ปี ถูกยิงที่ศรีษะมันสมองกระจาย 1 นัด และยังมี น.ส.ชนาพันธ์ นิลสาลิกา อายุ 26 ปี บุตรสาวนางกัญจนา แฟนสาวนายไชยมงคลถูกยิงที่แขนซ้ายลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.

จาการตรวจสอบสถานที่จุดที่เกิดเหตุ พบว่ามีปลอกกระสุนปืนลูกซองที่ยิงแล้วตกเกลื่อนอยู่จำนวน 5 ปลอก และกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12  ที่ยังไม่ได้ยิงตกอยู่ในที่เกิดเหตุอีกจำนวน 3 นัด คาบเลือดที่ติดตามรองเท้าเลอะเทอะไปทั่วทั้งบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ตำรวจได้กันสถานที่เกิดเหตุ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

จากการสอบสวนนายภีมเดช หมั่นเพียร อายุ 16 ปี เป็นลูกชาย ของนายประหยัด และนางกัญจนา ผู้ที่เสียชีวิตในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์สยอง ตนเอง นางกัญจนา ผู้เป็นแม่ นายไชยมงคลพี่เขย น.ส.ธนาพันธ์ พี่สาว และผู้หญิงสูงวัย อาชีพหมอดูอีก 1 คน ได้ร่วมกันเพื่อนั่งบนแคร่ล้อมวงกินอาหาร ที่เสร็จจากการไหว้เจ้าที่เจ้าทาง และนั่งจับกลุ่มพูดคุยกัน ซึ่งมีบางเรื่องที่นางกัญจนาพูดขึ้นมาว่า สงสัยจังว่าทำไมนายประหยัดสามี จึงได้รู้เรื่องราวต่างๆ ที่พวกเราเคยคุยกัน โดยมี น.ส.ชนาพันธ์ บุตรสาว กล่าวเล่นๆ ว่าพ่อมีเครื่องดักฟังมั๊ง จึงได้ยกแคร่ขึ้นดู กลับพบว่ามีเครื่องดำๆ ขนาด 2 นิ้วติดอยู่ใต้แคร่ จึงได้นำมาดู โดย นายภีมเดช เป็นคนแกะซิมการ์ดออก

นายภีมเดชเล่าว่าผ่านไปประมาณไม่เกิน 5 นาที นายประหยัดผู้เป็นพ่อได้ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ตรงดิ่งเข้ามาโดยไม่พูดอะไร กระชากลูกเลื่อนแล้วลั่นไกยิง นางกัญจนาเป็นศพแรก นายไชยมงคลศพที่ 2 และ น.ส.ชนาพันธ์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนเอง และหมอดู ได้วิ่งหลบหนี ก่อนที่พ่อจะบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิงอีก โดยตะโกนให้ตนหนี ซึ่งคิดว่าขณะนั้นพ่อกำลังบ้าคลั่งและจะต้องยิงตนเอง และหมอดูอีกคนแน่ จึงได้ตัดสินใจ กระโดดกอดรัดกับพ่อเพื่อเข้าแย่งปืน โดยอาวุธปืนได้ลั่นลงที่พื้น 1 นัด จนตนเองได้แย่งปืนมาได้ ก่อนจ่อยิงที่หลังพ่อไป 1 นัด จนพ่อล้มคว่ำ และได้ยิงซ้ำไปที่ศรีษะพ่ออีก 2 ด จนพ่อแน่นิ่งจมกองเลือด ตนจึงวิ่งมาดูแม่ เห็นแม่ตาย พี่เขยตาย พี่สาวสาหัส ตนเองก็งงไปหมดทำอะไรไม่ถูก นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนชาวบ้านมาพบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนนางอบเชย หมั่นเพียร อายุ 59 ปี ซึงเป็นภรรยาหลวง ของนายประหยัด หมั่นเพียร มือปืน ผู้ตาย เมื่อทราบข่าวก็รีบรุดมาเหตุการณ์ โดยเล่าว่าตนเองทราบดีว่า นายประหยัด สามี กับนางกัญจนา ผู้ตายเป็นภรรยา น้อย จนมีบุตรชายที่ชื่อนายภีมเดช ส่วน น.ส.ชนาพันธ์ เป็นลูกสาวติดนางกัญจนามา ซึ่งตนเองก็ไม่ได้หึงหวง ต่างคนต่างอยู่ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง ทะเลาะกับนางกัญจนาสักครั้งเดียว อยู่ๆ ได้มีนายไชยมงคล ที่เสียชีวิต มาชอบพอ น.ส.ชนาพันธ์ แต่เข้านอกออกในทางนางกัญจนา ไม่ค่อยมาคุยกับนายประหยัดสามี ซึ่งทำให้ระยะหลังสามีมีอาการหงุดหงิด หรือทำให้นายประหยัด เข้าใจผิดคิดว่า นางกัญจนา ภรรยาน้อย มีกิ๊กใหม่ พยายามสืบหาข้อมูล ซื้อเครื่องดักฟังมาเพื่อดักฟัง และวันนี้มีการไหว้เจ้าที่เจ้าทางก็ไม่บอกกับสามี คาดว่าน่าจะบันดาลโทสะ จึงได้คว้าปืนจากบ้านมาก่อเหตุดังกล่าว จนตัวเองเสียชีวิตไปด้วย

////////////////////////////////////////////////////////////////

กฤษณ์ สนใจ รายงาน