ประจวบคีรีขันธ์  ผู้ว่าฯ เตรียมแผนสำรองใช้อาคารสายลมกองบิน 5 รองรับผู้ป่วยโควิด19 ( คลิป ) ** เอกภพ วงษ์ประเสริฐ(นักข่าวบ้านนอก)รายงาน

Cigna Roadside Assistance
แชร์ข่าวนี้

ประจวบคีรีขันธ์  ผู้ว่าฯ เตรียมแผนสำรองใช้อาคารสายลมกองบิน 5 รองรับผู้ป่วยโควิด19

เตรียมแผนสำรอง!ผู้ว่าประจวบเตรียมพร้อมอาคารสายลมกองบิน 5 รองรับสถานการณ์โควิด19 เขตเมืองประจวบ

วันที่ 26 มีนาคม 63 นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายแพทย์ สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบ นายแพทย์ศุภชัย ศุภพฤกษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ นำเจ้าหน้าที่ แพทย์-พยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมอาคารสายลม ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตรับผิดชอบของกองบิน 5 เพื่อใช้เป็นสถานที่สำรองในการรองรับผู้ป่วยที่อาจมีเพิ่มขึ้น และเกินความสามารถของโรงพยาบาลประจวบที่จะรับได้ โดยมีนาวาอากาศเอก ชยศว์ สวรรค์สรรค์ ผู้บังคับการกองบิน 5 พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก พลัง วิทยาภรณ์ รองผู้บังคับการกองบิน 5 และเจ้าหน้าที่ทหารอากาศร่วมให้การต้อนรับ

โดยอาคารสายลมดังกล่าวตั้งอยู่ภายในรั้วกำแพงเขตรับผิดชอบของกองบิน 5 ซึ่งทางด้านผู้บังคับการกองบิน 5 ได้กำหนดให้ใช้เป็นสถานที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 มาพักรักษาตัว ที่เกินขีดความสามารถของทางโรงพยาบาลประจวบ โดยจะมีทีมแพทย์-พยาบาลของทางโรงพยาบาลประจวบ และโรงพยาบาลกองบิน 5 ร่วมกันคอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และมีเจ้าหน้าที่ทหารของทางกองบิน 5 คอยคุมเข้มทางด้านความปลอดภัย และบุคคลเข้า-ออกอย่างเข้มงวด

ด้วยอาคารหลังดังกล่าวได้กำหนดให้เป็นโรงพยาบาลสนาม มีขนาด 25 เตียง แบ่งแยกชาย-หญิงตามความเหมาะสม และถ้าหากมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเกินที่อาคารสายลมจะรองรับได้ก็สามารถกางเต็นท์ขยายจำนวนเตียงได้เพิ่มรวม 80 เตียง ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองประจวบยังไม่มียอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แต่สถานการณ์ภาพรวมทั้งจังหวัด ทีมตระหนักรู้สถานการณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่าในจังหวัดประจวบฯล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 มี.ค.63 มีผู้ติดเชื้อฯ รวม  7 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ราย คงเหลืออยู่ระหว่างการรักษาตัว  5  ราย

นอกจากนี้การตั้งด่านคัดกรองผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัดหากพบผู้ที่เดินทางมีอาการป่วยก็จะถูกเชิญตัวเข้าสู่ระบบการแพทย์ทันที ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะส่งตัวผู้ที่มีอาการป่วยเข้าสู่ระบบการแพทย์ตามภูมิลำเนาของตัวผู้ป่วยเองดีหรือไม่ เนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่การเดินทางยาวกว่าจังหวัดอื่นๆ และเป็นเส้นทางผ่านของทุกจังหวัดที่จะต้องผ่านขึ้นเหนือ-ลงใต้ เกรงว่าจะเกินกำลังความสามารถของระบบการแพทย์ศูนย์โควิด-19 จังหวัดประจวบ ที่จะรับได้

** เอกภพ วงษ์ประเสริฐ(นักข่าวบ้านนอก)รายงาน