หลายหน่วยเร่งล้อมคอก หลังช้างป่าเหยียบคนเสียชีวิตคาไร่ เตรียมติดปลอกคอติดตามช้างตัวที่ดุร้าย

แชร์ข่าวนี้

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์ช้างป่าออกมาทำร้ายคนเฝ้าไร่จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยในวันนี้ ทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดยนายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานฯ ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ อาทิฝ่ายปกครอง ทหาร กรมป่าไม้ อุทยาน สาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า เข้าร่วมหารือในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ณ จุดตรวจห้วยลึกอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

โดยบรรยากาศในที่ประชุมชาวบ้านที่เริ่มหวาดกลัวจากเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายคนเสียชีวิต พยายามเน้นให้ทางเจ้าหน้าที่กล่าวถึงความช่วยเหลือต่อชาวบ้านที่เดือดร้อน ซึ่งบรรยากาศในช่วงแรกๆเริ่มตึงเครียดไปบ้าง แต่หลายฝ่ายก็ได้ร่วมพูดคุยและสามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้จนจบ

โดยช่วงหนึ่งทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้บอกกับชาวบ้านว่า ตอนนี้ทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้เก็บรวบรวมเอกสาร รวมถึงความเห็นแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับคนเสียชีวิตจากช้าง เพื่อนำเสนอไปยังกรมฯ เพื่อหาทางเยียวยาญาติของผู้ตายต่อไป อีกทั้ง ในช่วงเดือนมีนาคม ที่จะถึงนี้ ทางอุทยานจะได้งบในการจัดซื้อปลอกคอสัญญาณดาวเทียม (GPS – collar) จำนวน 1 อัน และเมื่อได้มา จะทำการติดตามช้างป่าตัวที่ทำร้ายคนเฝ้าไร่จนเสียชีวิต และนำปลอกคอดังกล่าวมาติดเอาไว้ เพื่อติดตามพฤติกรรม และการเดินทางหากินของช้างตัวดังกล่าว ซึ่งในช่วงนี้ได้รับงบประมาณมาเพียง 1 อัน เพราะมีราคาสูงถึง สองแสนบาท ซึ่งทางอุทยานจะทำการขอเพิ่มในโอกาสต่อไป

ในส่วนใจความสำคัญของที่ประชุมในวันนี้ ทางชาวบ้านต่างเสนอให้มีการสร้างรั้วกึ่งถาวรเพื่อกันช้างป่า ซึ่งทางฝ่ายราชการที่เกี่ยวข้องก็รับดำเนินการหาแนวทางเพื่อให้มีการสร้างรั้วตามที่ชาวบ้านต้องการ ส่วนทางด้านนายรักพงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีกล่าว ตนเองได้มีโอกาสพบนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตผู้สมัคร สส.ประจวบคีรีขันธ์ และนายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 ในสภา ซึ่งทั้งสองท่านได้นำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านเกี่ยวกับช้างป่า และความต้องการรั้วกันช้างกึ่งถาวรของชาวบ้าน ให้กับรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ในสภา ซึ่งทางรัฐมนตรีก็รับเรื่องเอาพิจารณา เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้าน จึงขอให้ชาวบ้านได้วางใจว่า หลายฝ่าย หลายหน่วยงานต่างเร่งช่วยเหลือชาวบ้านอยู่แล้ว การสร้างรั้วน่าจะมีโอกาสสร้างได้สำเร็จในที่สุด

////////////////////////////////////////////////////////////////