วิบากกรมของชาวไร่ ใกล้กับช้างป่ากุยบุรี (ภาค 2)

สินเชื่อบุคคล อเนกประสงค์
แชร์ข่าวนี้

สำหรับชาวบ้านในอำเภอกุยบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าบุกกินพืชไรนั้น หลักๆก็จะมีบ้านรวมไทย หมู่ 7 บ้านพุบอน หมู่ 8 และบ้านย่านซื่อ หมู่ 9 ในตำบลหาดขาม ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า ชีวิตส่วนหนึ่งของชาวบานได้ขาดหายไป นั่นก็คือกลางคืน ที่ต้องนอนหลับสบายหลังจากที่ตรากตรำทำงานในไร่แล้ว ก็ยังต้องกลับไปนอนเฝ้าไร่ เพื่อคอยไล่ไม่ให้ช้างป่าลงมากัดกินพืชไร่

สำหรับกระท่อมที่ชาวไร่ใช่นอนเฝ้านั้น ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้หลังเล็กๆ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ โดยมีแบตเตอรี่เป็นตัวเก็บประจุ ซึ่งสภาพของกระท่อมก็เพียงอาศัยหลับนอนได้ชั่วคราว มิได้มีความแข็งแรงพอที่จะป้องกันช้างได้แต่อย่างใด ต้องอาศัยตื่นขึ้นมาเมื่อมีเสียงช้างลงมากัดกินพืชไร่ และขับไล่ผลักดันให้กลับเข้าไปในป่า ซึ่งชาวบ้านทุกคนจะไม่มีใครทำร้ายช้างป่า ยกเว้นใช้กระสุนดินยิงจากหนังสะติ๊กเท่านั้น

สอบถามนายไพศาล นาคทอง ชาวบ้านรวมไทย ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ต้องย้ายที่หลับนอนไปอยู่ในไร่ กล่าวกับทีมงานว่า ตนเองปลูกบ้านอยู่ในหมู่บ้าน มีที่นอนนุ่มๆไว้นอนหลับสบาย แต่หลายปีมาแล้ว ที่ไม่สามารถนอนที่บ้านได้ ต้องมาปลูกกระท่อมหลังเล็กๆไว้ในไร่ แล้วต้องคอยตื่นมากลางดึก เพื่อไล่ช้างบ่อยๆ ก็พยายามพลิกแพลงวิธีป้องกันช้างป่าไปเรื่อยๆ โดยนำขวดมาแขวนไว้เป็นพวง เมื่อช้างป่าเดินมาชนลวดขวดก็จะเขย่าเสียงดังจนตัวเองตื่นขึ้นมาไล่ได้ทัน ยังดีกว่าที่ต้องนั่งระวังอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้นก็ยัง มีเวลานอนน้อยอยู่ดี อีกทั้งถ้ามีงานด่วนที่ต้องไปทำธุระไกลๆ ก็จำเป็นต้องทิ้งไร่ไว้ ซึ่งเมื่อกลับมาก็จะพบความเสียหายเกิดขึ้นทุกครั้ง จนช่วงหลังๆถ้าตนเองมีธุระก็ต้องให้ภรรยามาเฝ้าเพียงคนเดียว อาศัยว่ามีเพื่อนในไร่ข้างเคียงพอที่จะติดต่อสื่อสารเพื่อคลายความหวาดกลัวกันได้

ทางด้านนายสิงห์ ทิมประเสริฐ ชาวบ้านอีกคนหนึ่ง ที่ต้องมานอนเฝ้าไร่เกือบทุกคืน สถานการณ์ของช้างป่าบุกกินพืชไร่นั้น นับวันจะหนักขึ้นทุกวัน ปัจจุบันนี้ เวลาเราไล่ช้างบริเวณชายป่า แต่ช้างไม่ยอมกลับเข้าป่า กลับมุ่งหน้าไปหากินในหมู่บ้านแทน ตอนนี้ช้างไปกัดกินต้นไม้ที่ปลูกไว้หลังบ้านแล้ว (ปล่อยสัมภาษณ์)

//////////////////////////////////////////

ทีมข่าวนาจานิวส์ รายงาน