กอ.รมน.ประจวบฯ จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์กับผู้นำชุมชนอำเภอเมือง(คลิป) **เอกภพ วงษ์ประเสริฐ รายงาน**

สินเชื่อรถยนต์ KTC พี่เบิ้ม
แชร์ข่าวนี้

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ม.ค.2563 ที่ห้องประชุม ชั้น 3 เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ( รมน.)จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.อ.สมพงษ์ อารีพงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด ได้จัดโครงการอบรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ สร้างความรัก ความปรองดอง และสร้างความยุติธรรม ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อลดความขัดแย้ง โดยมี นายสุทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรม มีผู้เข้าร่วมเป็นผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ ตลอดจนสื่อมวลชน เข้าร่วม ทั้งนี้มีวิทยากรมาร่วมให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้ ประกอบด้วย นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ประจวบฯ นางยุพิน เศรษฐศักดาศิริ พัฒนาการจังหวัด พ.ต.อ.นิรันดร ศิริสังข์ไชย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ  นายสุวิทย์ สงคราม ประชาสัมพันธ์จังหวัด นายพิชิต สันติเมธากุล อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ

ด้าน พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความมีส่วนร่วม ของประชาชนเป็นอย่างมาก ในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ รวมทั้งการร่วมกันเทิดทูน ปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยสำนึกในความเสียสละของบรรพบุรุษไทยในอดีต ซึ่งคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการได้นำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง ให้เกิดขึ้นในชุมชนของตน อีกทั้งได้ร่วมกันสร้างความมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายมวลชน เพื่อปกป้อง และรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน อีกทั้งเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่าย พัฒนาสัมพันธ์กับผู้นำชุมชน สื่อสารมวลชนทุกแขนงในพื้นที่ และภาคประชาสังคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร

ทั้งนี้ปัจจุบัน ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ มีความละเอียดอ่อน และมีความซับซ้อนหลากหลายมิติ ยากต่อการแก้ไขปัญหาโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง รวมถึงบุคคลบางกลุ่มยังกระทำในลักษณะจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง และมีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทย ต้องร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ด้วยการใช้พลังภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยร่วมเป็นเครือข่ายมวลชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และเข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในลักษณะที่เหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน

////////////////// ///////////

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ รายงาน