บก.สส.สตม. รวบขบวนการขนไอซ์ข้ามชาติ!!

แชร์ข่าวนี้

“บก.สส.สตม. รวบขบวนการขนไอซ์ข้ามชาติ!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

วันนี้ (3 ธ.ค.2562) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต. พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต. ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช. ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ. สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม. ได้จับกุม นายอูเชนน่า (UCHENNA) อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย (ผู้ต้องหาที่ 1) และนางปภาพร อายุ 37 ปี สัญชาติไทย (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนักประมาณ 520 กรัม โดยก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นกรณีมีผู้หญิงไทยถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวนหลายราย ขณะพยายามลักลอบนำไอซ์เข้าประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งทราบว่า มีแก๊งแอฟริกันลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศญี่ปุ่น อยู่เบื้องหลัง จึงได้ทำการสืบสวนจนได้รับแจ้งจากสายลับซึ่งได้รับการติดต่อจากแก๊งของนายอูเชนน่าฯ ว่าจะจ้างให้ลักลอบขนไอซ์ไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยจะให้ค่าจ้างประมาณ 500,000 บาท ซึ่งแก๊งของนายอูเชนน่า ได้นัดหมายให้สายลับเตรียมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นพร้อมลักลอบขนไอซ์ โดยวิธีการซุกซ่อนไปในช่องคลอด โดยให้เดินทางในคืนวันที่ 30 พ.ย.2562 และนัดมาหมายให้สายลับมารอรับไอซ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.อุดมสุข เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.ได้สังเกตเห็นรถยนต์กระบะ ทะเบียน กทม. ขับเข้ามาภายในโรงแรมที่เกิดเหตุหลังจากนั้น ได้มีนางปภาพรฯ เดินทางลงจากรถและเข้าไปพบกับสายลับภายในห้องพักของสายลับ พร้อมกับนำไอซ์ ซึ่งบรรจุเป็นแท่งห่อหุ้มด้วยถุงยางอนามัย จำนวน 2 แท่ง พร้อมทั้งแนะนำวิธีการซุกซ่อนไอซ์ไว้ในช่องคลอด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัวและจับกุมนางปภาพรฯ พร้อมทั้งเข้าจับกุมนายอูเชนน่าฯ ที่รออยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว ได้พร้อมของกลางเป็นไอซ์ จำนวน 2 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 520 กรัม รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน เงินสดสกุลดอลลาร์ จำนวน 800 ดอลลาร์ แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนายอูเชนน่าฯ ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อนึ่ง หากยาไอซ์ล็อตนี้สามารถลักลอบเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ จะมีมูลค่าถึง กรัมละ 17,000 บาท หรือ รวมประมาณ 8,840,000 บาท

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง!!

#ทีมงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ5 :พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.:สายด่วน 1178!!